xs
xsm
sm
md
lg

แฉการตลาดแอปเรียกรถ ผุดคอนเทนต์”อาหวัง”ดึงลูกค้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พบแอปเรียกรถฯหัวใส ผุดรูปแบบการตลาด”อาหวัง” ใช้เรื่องเพศดึงดูดลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เผยระบาดหนักในแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดีย”ตต” หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงกระตุ้นคดีคุกคามทางเพศต่อผู้โดยสารวัยรุ่น กูรูการตลาดซัดคลิป “อาหวัง” ระบาดทำสังคมเสื่อม เล่นประเด็นคุกคามทางเพศผู้โดยสารหญิงเป็นเรื่องตลก แนะเอางบไปลงทุนระบบคัดกรองประวัติอาชญากรรม และคนขับต่างด้าว ยกระดับคุ้มครองผู้โดยสาร พร้อมตั้งข้อสังเกตคอนเทนต์ในคลิปขัด พ.ร.บ. รถยนต์ฯ และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบกหรือไม่

แหล่งข่าวจากวงการเอเยนซี่การตลาด กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้เห็นการโปรโมท Marketing Content ของแอปเรียกรถค่ายหนึ่งผ่านคลิปที่ชู theme “อาหวัง” หลายคลิป และที่น่ากังวลใจก็คือ เนื้อหาในแทบทุกคลิปชี้นำพฤติกรรมการคุกคามทางเพศที่มักเป็นข่าวบ่อยๆ ให้เป็นเรื่องธรรมดา หรือเอามาเล่นเป็นมุกขำๆ เช่น คนขับหรือไรเดอร์ ให้ผู้โดยสารหญิงนั่งรถฟรีแลกกับการขอช่องทางติดต่อทางโซเชียล การขอเผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากกล้องหน้ารถระหว่างการโดยสาร รวมไปถึงการพูดจาแทะโลม

ในจำนวนนี้บางคลิป มีการใช้อินฟลูฯ และช่องรีวิวที่ได้รับความนิยมในกลุ่มไรเดอร์ นำเสนอคอนเทนต์ให้คำแนะนำชุดแต่งรถสำหรับ “อาหวัง” เพื่อสร้างภาพลักษณ์เพิ่มโอกาสสำหรับการทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้โดยสารหญิง และสะดวกสำหรับการถ่ายคลิปผู้โดยสารเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อ

ขณะที่ บางคลิปก็ใช้อินฟลูฯ สาวมาให้คำแนะนำผู้หญิงที่ต้องการนั่งรถฟรี เกี่ยวกับจุดสังเกตการแต่งกาย และการตกแต่งรถของกลุ่มไรเดอร์อาหวัง และชี้นำว่านักเรียนสาว หรือหญิงสาวหน้าตาดี จะได้นั่งฟรีถ้าอนุญาตให้ถ่ายคลิปไปทำคอนเทนต์

“ถ้าเคยดูคลิปหรือคำให้สัมภาษณ์ในข่าว ที่ผู้โดยสารหญิงเคยเจอพฤติกรรมแอบถ่ายคลิปจากกล้องหน้ารถ หรือถูกพูดจาแทะโลม ทุกคนจะบอกว่า ไม่สบายใจ หวาดกลัว หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งตรงกันข้ามการวิธีการนำเสนอคอนเทนต์ในคลิปที่พยายามนำเสนอเป็นเรื่องตลก” แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ ในมุมมองของความรับผิดชอบต่อแบรนด์ ในฐานะแพลตฟอร์มตัวกลาง แบรนด์ควรส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและความเป็นมืออาชีพ แต่การเลือกใช้ประเด็นการคุกคามทางเพศ มาเป็นจุดขายด้วยการสร้างทัศนคติให้กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ สะท้อนถึงการขาดความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อที่เคยประสบเหตุจริง และละเลยความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในประเด็นความปลอดภัยของผู้หญิง

“แพลตฟอร์มอาจลืมมองความสำคัญของความเชื่อมั่นในระบบคัดกรองคนขับ/ไรเดอร์ เพราะคลิปอาหวัง ได้ทำลายความเชื่อมั่นว่ามีการคัดกรองไรเดอร์ที่มีคุณภาพ โดยตัวแบรนด์เองกลับนำเสนอภาพลักษณ์ไรเดอร์ที่ดูไม่ปลอดภัยเสียเอง ซึ่งในความเป็นจริง ปัญหาไรเดอร์แฝงตัวหรือการใช้บัญชีปลอมยังเป็นช่องโหว่ใหญ่ของค่ายนี้” แหล่งข่าวกล่าว

ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มค่ายนี้ตกเป็นข่าวเชิงลบบ่อยมาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ โดยเฉพาะในประเด็นการคัดกรองพาร์ตเนอร์มาเป็นคนขับในระบบ และความปลอดภัยของผู้โดยสาร ดังนั้นในสถานการณ์ที่ใกล้จะเข้าสู่รอบการต่อใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) มองว่าแทนที่จะใช้งบการตลาดไปกับการทำคอนเทนต์เรียกกระแสแต่บั่นทอนภาพลักษณ์การเป็น “ผู้ประกอบการที่ดี” ของแบรนด์ ควรเปลี่ยนมามาเป็นการลงทุนในระบบความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การบังคับตรวจประวัติอาชญากรรม 100% การไม่เปิดช่องโหว่ให้คนต่างด้าวหรือคนขับที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ในระบบบ รวมถึงมีมาตรการ Scan ใบหน้าแบบสุ่มระหว่างวันเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้ของคลิปอาหวัง สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานการขนส่งสาธารณะหรือไม่ เนื่องจากกรมการขนส่งทางบก มีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องมารยาทและพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ดังนั้น การที่แพลตฟอร์มสนับสนุนภาพลักษณ์ไรเดอร์ ที่ผิดต่อระเบียบปฏิบัติ อาจนำไปสู่การตรวจสอบความเข้มงวดในการกำกับดูแลพันธมิตรผู้ขับขี่

ด้านแหล่งข่าวจากองค์กรด้านการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ที่ผ่านมาแอปฯค่านี้จะพบปรากฏเป็นข่าวอาชญากรรมและมักถูกวิจารณ์ว่ามีมาตรฐานการคัดกรองต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่น ดังนั้นการที่มาทำคอนเทนต์การตลาดแบบ "อาหวัง" ยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการคุกคามทางเพศและทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น เนื่องจากหากไม่มีการตรวจประวัติอาชญากรรมที่เข้มงวด หรือปล่อยให้สมัครได้ง่ายเกินไป ระบบจะกลายเป็นแหล่งรวมของบุคคลที่มีประวัติล่วงละเมิดทางเพศหรือชิงทรัพย์ ขณะที่คอนเทนต์ในคลิปเสมือนเป็นการบ่งบอกว่าไม่ซีเรียส กับคุณภาพของผู้ขับขี่ ซึ่งอาจดึงดูดผู้มิจฉาชีพเข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม

ขณะเดียวกัน ช่องโหว่ของแพลตฟอร์มในเรื่องการยืนยันตัวตน (Identity Verification) เพิ่มโอกาสในการสวมสิทธิ์ หรือเช่าบัญชีผู้อื่นมาขับ โดยผู้โดยสารที่เป็นเหยื่อไม่สามารถร้องเรียนได้เต็มที่ เพราะข้อมูลในระบบกับตัวจริงไม่ตรงกัน ทำให้ "อาหวัง" ในชีวิตจริงลอยนวลได้อย่างง่ายดาย

ทั้งนี้ จากข้อมูลกรณีปัญหาความปลอดภัยผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ จะเห็นว่าแพลตฟอร์มที่ไม่เข้มงวดเรื่องการตรวจประวัติอาชญากรรม จะมีสถิติการเกิดเหตุล่วงละเมิดสูงกว่า การที่แอปฯเลือกสื่อสารภาพลักษณ์ไรเดอร์ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ แต่ได้รับการยอมรับ จึงเป็นการเมินเฉยต่อสวัสดิภาพของผู้โดยสารหญิง และอยากให้ผู้โดยสารที่เห็นด้วยกับคอนเทนต์ในคลิปอาหวัง ตระหนักไว้ว่า หากเกิดเหตุขึ้นมา แพลตฟอร์มมักปฏิเสธความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นเพียง "ตัวกลาง" ดังนั้นค่ารถที่ประหยัดไปจากการนั่งฟรี ไม่สามารถชดเชยกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ ในกรณีที่ไปเจอ “อาหวัง” ที่เป็นมิจฉาชีพหรืออาชญากร

ทั้งนี้ด้านไรเดอร์ค่าย”บี”รายหนึ่ง ได้มีการคำคอนเทนต์ผ่านคลิป”ตต”แสดงความวิตกกังวลต่อพฤติกรรมไรเดอร์กลุ่มอาหวัง ที่มาแฝงตัวอยู่ในแอป ที่ผ่านมามีทั้งผู้โดยสารและเพื่อนไรเดอร์ด้วยกัน บ่นให้ฟังว่า เริ่มส่งผลกระทบต่อไรเดอร์ส่วนใหญ่ของแพลตฟอร์มนี้ที่ตั้งใจทำงาน เพราะลูกค้าไม่ได้แฮปปี้กับพฤติกรรมเหล่านี้ และยังเริ่มมีผู้บริโภคที่เกิดความระแวงในการเรียกใช้บริการแอปฯนี้

………