เก้าอี้รูปทรงแปลกตา วางเรียงรายไม่ไกลจากโต๊ะที่มีแท่งพลาสติกเป็นส่วนประกอบ นอกจากแผ่นพลาสติกขนาดกว้างและยาว 1 เมตร ที่วางท้าลมท้าแดดฝนแล้ว ยังมีแผ่นพลาสติกขนาดพอเหมาะอีกมากมายหลากหลายเฉดสีที่พร้อมนำไปประกอบสร้างเป็นเฟอร์นิเจอร์รูปทรงต่างๆ ที่ไม่เพียงคงทน แต่ยังสวยงาม และสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกด้วยล้วนเป็นการรีไซเคิลจากขยะพลาสติกทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น สินค้า ผลิตภัณฑ์ที่ล้วนสร้างขึ้นจากพลาสติกรีไซเคิลที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของคนในชุมชนและความใส่ใจในรายละเอียด ด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนสร้างขึ้นจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างขึ้นจากเรื่องราว เรื่องเล่า วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้นๆ อย่างแท้จริง
อาทิ ชุมชนที่มีการขุดค้นพบลูกปัดโบราณ สร้างลูกปัดพลาสติกขึ้นอย่างหลากสีสัน, ชุมชนที่มีภาพเขียนฝาผนังถ้ำโบราณ สร้าง Art Toy จากภาพฝาผนังอันเก่าแก่นั้น, ชุมชนที่มีดอกบัวเป็นอัตลักษณ์ ก็สร้างชิ้นงานที่มีดอกบัวประดับ, ชุมชนที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสัตว์ในตำนานที่เล่าขานต่อกันมา นำเรื่องราวนั้นมาสร้างเป็น Magnet ได้อย่างน่ารัก, ชุมชนที่มีปลาทูเป็นสินค้าขึ้นชื่อก็นำพลาสติกรีไซเคิลมาสร้างเป็นที่วางเครื่องเขียนรูปปลาทูที่ออกแบบได้อย่างสวยงาม
ผู้จัดการออนไลน์ สัมภาษณ์พิเศษ ‘หนึ่ง-ปฐม สังข์เดช’ ผู้จัดการโครงการพัฒนาชุมชน Precious Plastic Bangkok หรือ PPB ถึงความเป็นมาของ PPB, การทำงานร่วมกับชุมชน, การเน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง กระบวนการพัฒนา ออกแบบผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติกรีไซเคิล, อัตลักษณ์สำคัญของชุมชนที่มอบแรงบันดาลใจให้งานออกแบบ ทั้งยังให้แง่คิดถึงการรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ในการทำงานได้อย่างน่าสนใจ
ความเป็นมา Precious Plastic Bangkok
ถามถึงความเป็นมา ของการก่อตั้ง Precious Plastic Bangkok
หนึ่งตอบว่า จุดเริ่มต้นหรือต้นทางคือ Platform ‘Precious Plastic’ ซึ่งก่อตั้งโดย Dave Hakkens เป็น Open Source ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าไปดูตัวเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ได้ แล้วสามารถนำไปปรับใช้ เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Precious Plastic ได้ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 500 Community ทั่วโลก
หนึ่งเล่าว่า ‘ดอมินิก ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์’ ผู้ก่อตั้ง Precious Plastic Bangkok เห็นว่า Precious Plastic เป็นแนวคิดที่ดีจึงนำมาปรับใช้ และก่อตั้ง Precious Plastic Bangkok หรือ PPB ขึ้น นับตั้งแต่ปี 2018“
"PPB มุ่งเน้นไปที่การนำตัวชุดความรู้เหล่านี้ส่งต่อให้ชุมชน ไม่ว่าการนำขยะพลาสติกมาอัพไซเคิล รีไซเคิล เป็นProduct ใหม่ๆ หรือการแก้ปัญหาขยะพลาสติก ทำขยะพลาสติกเป็นชิ้นงานใหม่ แล้วส่งต่อองค์ความรู้นี้ให้ชุมชน ให้ชุมชนได้รู้ว่าขยะพลาสติกไม่ใช่แค่ขยะ แล้วชุมชนก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะพลาสติก ช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้โดยที่เค้าสามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง การทำงานของ PPB มุ่งเน้นในการพัฒนาชุมชนเป็นหลัก”
หนึ่งเล่าว่า “PPB เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนอยู่ภายใต้มูลนิธิโลกสีเขียว การทำงานของเราจะเป็นการขอทุน เมื่อเราได้ทุนมาก็นำมาจัดสรรปันส่วน Support สนับสนุนชุมชนและพัฒนาชุมชนต่อไป”
อัตลักษณ์ สุด Create : ออกแบบพาลสติกรีไซเคิลให้น่าหยิบจับ
ไม่อาจปฎิเสธว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นภาพจำ หรือเป็นที่ชื่นชอบ เรียกความสนใจจากผู้คนจำนวนไม่น้อย คือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการรีไซเคิลขยะพลาสติก ที่ล้วนมีเอกลักษณ์น่ามอง น่าหยิบจับ อยากให้เล่าถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ของแต่ละชุมชน
หนึ่งเล่าว่า ในขั้นตอนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ PPB มุ่งเน้นในการหยิบยกอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนที่ทำงานด้วยกันกับเรา เช่น ชุมชนแหลมยายเอียง ที่จ.อุบลราชธานี เมื่อนักออกแบบของ PPB หารือร่วมกับชุมชน ในที่สุด นำเอาภาพเขียนที่ผนังถ้ำผาแต้ม มา Create เป็นชิ้นงาน เป็นตัว Art Toy
“ทีมงานของเรามีการพูดคุยกับชุมชนว่าชุมชนต้องการแบบไหน อัตลักษณ์ในชุมชนมีอะไรบ้างและเราต้องคำนึงถึงด้วยว่าสินค้าที่ผลิตออกมาต้องใช้งานได้ มีความ Functional ต้องไม่กลับไปเป็นขยะอีก”
นอกจากชุมชนแหลมยายเอียงแล้ว ยังมีชุมชนในพื้นที่อื่นๆ นำอัตลักษณ์ชุมชนมาออกแบบได้อย่างน่าสนใจ
“มีตัวอย่างที่ จ.เชียงราย เราทำงานร่วมกับศูนย์เด็กใฝ่ดี อยู่ภายใต้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เมื่อศึกษาพูดคุยถึงอัตลักษณ์ชุมชนแล้วก็ออกมาเป็น ‘ต้นตุงกับตัวโต’
สำหรับ ‘ต้นตุง’ คือตุงที่ทางภาคเหนือมีให้เห็นได้ทั่วไป ตามต้นไม้ก็มักมีการห้อยตุงประดับไว้ ส่วน ‘ตัวโต’ เป็นสัตว์ในตำนานของทางภาคเหนือที่มีลักษณะเหมือนกวางแต่คอยาวเหมือนยีราฟและมีขนปกคลุมเต็มตัว โดย Product ที่ทำขึ้นนั้น เป็น Magnet ติดตู้เย็น
“ศูนย์ Mercy Center คลองเตย ตัวสินค้า ก็นำแรงบันดาลใจจากเพลงช้างที่เป็นเพลงกล่อมเด็กเล็กที่ศูนย์ มาทำเป็นพวงกุญแจรูปช้าง”
“แม้แต่ที่ จ. ปทุมธานี เราทำงานร่วมกับ หมู่บ้านเอื้ออาทร อยู่ที่รังสิตคลอง 10/2 แล้วทางชุมชนบอกว่ามีดอกบัวเป็นอัตลักษณ์ ที่ปทุมธานีโดดเด่นในเรื่องดอกบัว เราก็นำดอกบัวมาใส่ลงไปในชิ้นงาน ทำเป็นที่แขวนผนัง”
“ชุมชนบางหญ้าแพรก สมุทรสาคร ก็นำปลาทูที่เป็นอาหารขึ้นชื่อ มาเป็นแรงบันดาลใจ ทำเป็นที่ใส่เครื่องเขียน”
“ชุมชนแหลมสัก จ.กระบี่ มีเรื่องราวของลูกปัดโบราณที่มีการขุดค้นพบใน จ.กระบี่ นำมาออกแบบเป็นลูกปัดพลาสติกหลากหลายสีสันและรูปทรง นำมาใช้ทำเครื่องประดับ พวงกุญแจ และทำกิจกรรม Workshop ได้ด้วย”
หนึ่งยังเล่าย้อนไปถึงความเกี่ยวโยงกับการพัฒนาชุมชนในกระบวนการต่างๆ ก่อนจะถึงขั้นตอนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ว่า เมื่อทาง PPB ได้รับทุนมาแล้วจึงจะจัดสรรปันส่วน ทำเป็นปีงบประมาณ ว่าสามารถ Support ได้กี่ชุมชน หลังจากนั้นจึงประกาศหาชุมชน ว่าชุมชนใดอยากเข้าร่วมโครงการ จากนั้นจะมีการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เมื่อได้ชุมชนมาร่วมงานแล้วจึงจะมีการทำ MOU ในการร่วมงานกัน
“เราจะสนับสนุนทุนในการก่อตั้งโรงรีไซเคิล สนับสนุนเครื่องจักร แล้วก็สนับสนุนการหาเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในการใช้งาน และมีการจัดอบรมตั้งแต่การแยกขยะพลาสติก ไปจนถึงการใช้เครื่องมือ การใช้เครื่องจักรต่างๆ”
กระบวนการทำงานกับชุมชน
ถามว่าที่ผ่านมา มีการสร้างภาคีเครือข่ายมาแล้วกี่มากน้อย
หนึ่งตอบว่า PPB เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ.2018 แต่เริ่มงานพัฒนาชุมชนในปี 2021 กระทั่งถึงปัจจุบัน มีภาคีเครือข่ายทั้งสิ้น 10 ชุมชน ในจังหวัดเชียงราย อุบลราชธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี กระบี่ ชลบุรี และมีร่วมงานกับองค์กรภาครัฐบ้าง มีการ Collab กับดีไซเนอร์หรือภาคเอกชนบ้าง
หนึ่งขยายความให้เห็นถึงรายละเอียดในกระบวนการทำงานกับชุมชนว่า
“เริ่มตั้งแต่ เมื่อเราเสาะชุมชนแล้วก็จะมีทั้งชุมชนที่ติดต่อมาและชุมชนที่เราติดต่อไปเอง โดยเกณฑ์การคัดเลือก หลักๆ เลย คือดูว่าเป็นชุมชนที่มีทีมงานทำงานอยู่มากพอไหม คนในชุมชนได้ผ่านการทำงานโครงการอะไรมาก่อนบ้าง แล้วโครงการนั้นยังสานต่ออยู่หรือไม่ เพราะเราไม่อยากให้ทุนที่เราให้ไปนั้น ทำแล้วจบแล้วจมหาย ชุมชนไม่ทำต่อ แต่เราอยากให้มันยั่งยืน”
“เราอยากรู้ว่า ทุกครั้งที่เรานัดพูดคุย นัดประชุมกัน จะยังเป็นคนเดิมๆ หรือเปล่าที่มาร่วมประชุม และเมื่อคัดเลือกมา เราก็จะทำสัญญา MOU ซึ่ง PPB เราแค่อยากให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ก็จำเป็นต้องมีเรื่องของสัญญาเรื่องการใช้พื้นที่และเราระบุลงไปในสัญญาด้วยว่า ถ้าจบโครงการแล้ว ชุมชนไม่มีการสานต่อ เราจะขอเครื่องจักรคืน เพื่อส่งต่อให้ชุมชนที่ต้องการมากกว่า”
จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการจัดอบรม โดยอบรมตั้งแต่การสอนคัดแยกพลาสติก ทำความสะอาด สอนว่าในพื้นที่ หากจะมีการรับบริจาคขยะพลาสติก ต้องทำอย่างไร เกณฑ์คนในชุมชนมารับฟังและเสนอแนวทางต่างๆ
เมื่อถึงการคัดเลือกเครื่องจักร บุคคลในชุมชนก็จะแตกต่างกันไป บางชุมชนมีผู้หญิง มีผู้สูงอายุเป็นหลัก ก็จะเลือกเครื่องจักรที่เหมาะกับชิ้นงานที่คนในชุมชนนั้นจะทำ
หนึ่งระบุว่า “เมื่อเลือกเครื่องจักรได้แล้ว ก็สอนการใช้เครื่องจักร ให้เค้าทำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการซ่อมเครื่องจักร เพื่อที่ไม่ว่าเราจะลงพื้นที่มาดูหรือไม่ ชุมชนก็สามารถดูแลเครื่องจักรเองได้”
“รวมถึงการออกแบบ การสอนทำชิ้นงาน สอนการขาย ถ้าชุมชนไม่เก่งเรื่องการใช้ Facebook หรือ Platform Online หรือไม่มีสถานที่ เราก็จะ Order สินค้าในชุมชนมาวางขายที่เราด้วย โดยรายได้เป็นของชุมชนทั้ง 100% เราไม่มีหักค่าใช้จ่ายหรือเก็งกำไรอะไรเลย แต่เราก็จะอัพเดทกับทางชุมชนว่าให้เขาทำออนไลน์ด้วย ขายออนไลน์ด้วย”
ถามว่า มีการติดตามผลอย่างไร ว่าเมื่อชุมชนผลิตสินค้าออกมาแล้ว ขายได้หรือไม่ ขายได้เท่าไหร่ ผลิตมากี่ชิ้น กิจการดีไหม เงินที่ขายได้มานำไปทำอะไร มีการติดตามลงลึกในประเด็นเหล่านี้ไหม
หนึ่งตอบว่า “มีครับ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำงานเลย คือการติดตามข้อมูล เพราะว่าหลายชุมชนก็ถามเราว่าเรามาทำให้เค้าขนาดนี้ แล้วเราได้อะไร เค้าสงสัยว่าเราไม่เห็นต้องการอะไรจากเค้าเลย ซึ่งสิ่งที่เราต้องการคือข้อมูลนี่แหละ ว่าเค้าเก็บขยะไปเท่าไหร่แล้ว นำขยะที่ได้มา มาเปลี่ยนแปลงเป็นชิ้นงานไปกี่กิโลกรัม”
“แล้วในแต่ละปี ในแต่ละเดือน รวมถึงรายได้ที่เค้าได้จากการขายสินค้าได้เท่าไหร่ หรือแม้แต่ จำนวนผู้ใช้งานเครื่องจักร นอกจากเค้าใช้งานกันเองแล้ว เค้าเปิดเป็นโรงรีไซเคิลที่รับคนภายนอก รับ Visitor กี่คนในแต่ละปี เราก็จะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการเสาะหาทุนต่อ เพื่อนำมาสนับสนุนชุมชนด้วย เราเองก็บอกชุมชนว่า ความสำคัญของข้อมูลตรงนี้คืออะไร เพราะว่าถ้าเราไม่ได้ดูแลชุมชนแล้ว แต่ถ้าชุมชนมีข้อมูลตรงนี้เค้าก็สามารถนำไปใช้ขอทุนกับหน่วยงานอื่นๆ ได้”
“การเก็บข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ เราเก็บมาตลอดตั้งแต่ปี 2021 มาถึงปัจจุบัน เราก็ยังเก็บข้อมูลชุมชนอย่างต่อเนื่องครับ ซึ่งทำให้เราได้เห็นพัฒนาการ เราเห็นพฤติกรรมในแต่ละปี ว่า ความเข้าใจในเรื่องขยะพลาสติกเค้าเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน”
อุปสรรคที่ต้องเรียนรู้
ถามถึงอุปสรรคในการทำงานบ้าง
หนึ่งเล่าว่า อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งคือ การขาดความเชื่อใจจากชุมชน โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ คนในชุมชนมักไม่เข้าใจว่าแค่เก็บขยะมันจะเปลี่ยนชีวิตเค้าได้ขนาดไหนกัน
“เค้าไม่เชื่อใจในกระบวนการทำงานของเรา วิธีแก้ปัญหาก็คือ เรามี Case Studyของพี่ๆ ชุมชนที่จบไปแล้วมาเป็นตัวอย่างให้ดู ว่าเมื่อจบโครงการแล้ว เค้ายังทำต่อได้ เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ได้เลย” นอกจากนั้น ก็ตั้งคำถามที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดแง่คิดในการตระหนักถึงภัยจากขยะพลาสติกว่า ‘ถ้าคุณมีลูกๆ หลานๆ เกิดมาในโลกที่มีขยะพลาสติกเต็มไปหมด คุณจะโอเคไหม’ เราก็ทำให้เค้าเห็นภาพว่ามันสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง
“อีกปัญหาคือ สิ่งที่เรานำไปให้ชุมชน ไม่ใช่การบังคับให้เค้าต้องทำ ดังนั้น เค้ายังมีงานประจำทำอยู่ก็อาจเกิดความล่าช้า เช่น ในฤดูเกี่ยวข้าวหรือในหน้าฝน ชุมชนก็จะไม่ทำงานเลย แรกๆ เราไม่เข้าใจ แต่ต่อมาเราก็เข้าใจ เราต้องเผื่อ Timelineไว้บ้าง เช่นชุมชนที่กระบี่ ก็จะมีช่วงฤดูกาลทำประมง เราก็ต้องจัดการเวลาให้ดี”
อุปสรรคอีกเรื่อง เป็นเรื่องของการเก็บข้อมูลที่นับเป็นความท้าทาย เนื่องจาก ชุมชนหลักๆ ไม่ได้เข้าถึงเครื่องมือทางเทคโนโลยีมาก แม้จะมี Application ให้กรอกข้อมูลได้ในโทรศัพท์ แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากกับคนในชุมชน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ใช้ Application ในโทรศัพท์ไม่คล่อง
“เราจึงต้องเก็บข้อมูลด้วยการเขียน และให้ชุมชนส่งข้อมูลให้เราเป็นรายเดือน”
หนึ่งระบุถึงประเด็นปัญหา อุปสรรคต่างๆ และการรับมือที่น่าสนใจ
PPB และ 10 ชุมชนในวันนี้
ณ วันนี้ ทั้ง 10 ชุมชน ที่ PPB ทำงานด้วย ได้แก่
ศูนย์เด็กใฝ่ดี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ชุมชนแหลมยายเอียง อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
หมู่บ้านเอื้ออาทร คลอง 10/2 จ.ปทุมธานี
ศูนย์ Mercy Center คลองเตย และชุมชนเกาะกลาง เขตพระโขนง กรุงเทพฯ
ชุมชนบางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร
วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ
ชุมชนบ้านต้นทัง เกาะลันตา จ.กระบี่
ชุมชนแหลมสัก จ.กระบี่
และชุมชนบ้านอำเภอ จ.ชลบุรี
คำถามสุดท้าย PPB ซึ่งเน้นการทำงานกับชุมชนเป็นศูนย์กลาง ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง
หนึ่งตอบว่า “คิดว่าประสบความสำเร็จแล้วครับ แต่เราก็ยังต้องการขยายผลเพิ่มเติมอีก เรารู้สึกว่าเราก่อตั้งโครงการขึ้นมาด้วยใจที่อยากให้ชุมชนทุกๆ ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน เพราะขยะพลาสติกไม่ใช่แค่เกิดเป็นปริมาณขยะที่เยอะ แต่ขยะพลาสติกส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะโลกร้อน และเราไม่อยากให้ชุมชนรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว เราจึงอยากให้ทุกชุมชนรู้สึกว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา"
"ดังนั้น เราประสบความสำเร็จแล้วก็จริง ที่ส่งชุมชน 10 ชุมชนออกจากมือเราไปได้ แต่เราก็ยังอยากจะขยายผลไปให้มากมายกว่านี้ ให้ชุมชนเหล่านั้นได้มาเป็นเครือข่ายของเรา ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมแก้ไขปัญหาโลกร้อนด้วยกัน”
หนึ่งยอมรับด้วยว่า ยังมีชุมชนแถบ จ.กาญจนบุรี, จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ชุมพร ที่ทาง PPB สนใจทำงานด้วยในอนาคต
นับเป็นการทำงานระหว่างองค์กร ชุมชน ภาคีเครือข่าย ที่มีการส่งต่อองค์ความรู้ในเรื่องของการรีไซเคิลขยะพลาสติกได้อย่างน่าสนใจ ใช้งานได้จริง เกิดประโยชน์แก่ทั้งชุมชนและสังคมในการร่วมกันตระหนักถึงปัญหาจากขยะพลาสติกและหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังโดยไม่เพิกเฉย
Text By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
Photo By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, Precious Plastic Bangkok
ติดตามข่าวสารของ PPB ได้ที่
www.preciousplasticth.org
FB : Precious Plastic Bangkok


