คลายข้อสงสัย! ภาครัฐยืนยันข่าว “แท็กซี่ภูเก็ตหยุดวิ่งทั้งเกาะ” ไม่เป็นความจริง ชี้ระบบขนส่งยังให้บริการตามปกติ พร้อมเผยข้อมูลชัด รถส่วนใหญ่หันใช้พลังงานทางเลือก ลดผลกระทบราคาน้ำมัน มั่นใจรองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มศักยภาพ
จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลบนโลกโซเชียลว่ารถแท็กซี่ในจังหวัดภูเก็ตเตรียมหยุดวิ่งทั้งเกาะ เนื่องจากแบกรับต้นทุนน้ำมันไม่ไหวและได้รับผลกระทบจากแอปพลิเคชันเถื่อนนั้น ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าระบบขนส่งในภูเก็ตยังคงแข็งแกร่งและพร้อมรับนักท่องเที่ยว
วันนี้ (6 เม.ย.) สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตแจงข้อเท็จจริง นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่เป็นความจริง" โดยระบุว่าปัจจุบันการให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ในพื้นทื่ยังคงดำเนินการตามปกติ และมีจำนวนรถเพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร ทำไมราคาน้ำมันจึงไม่ใช่ปัญหาหลัก โดยข้อมูลจากขนส่งจังหวัดเผยให้ความเห็นว่าระบบขนส่งของภูเก็ตมีการปรับตัวไปสู่พลังงานทางเลือกมานานแล้ว ทำให้ความผันผวนของราคาน้ำมันส่งผลกระทบในวงจำกัดเท่านั้น จำนวนรถแท็กซี่มิเตอร์ทั้งหมด: 1,798 คัน มีใช้พลังงานทางเลือก (EV และ LPG): กว่า 1,700 คัน และใช้น้ำมันเชื้อเพลิง: มีเพียงประมาณ 70 คัน (หรือคิดเป็นเพียง 3.9% เท่านั้น)
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดยุทธศาสตร์ยังไร้ปัญหา
จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เศรษฐกิจและจุดรับส่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเมืองภูเก็ต, หาดป่าตอง, ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต พบว่าการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงสะดวกสบาย ไม่มีการหยุดชะงัก หรือผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะในภาพรวมแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการผลักดันให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสีเขียวของจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวว่า "ภูเก็ตยังคงพร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบริการที่ได้มาตรฐาน"


