อิสราเอลยิงถล่มโรงงานปิโตรเคมีอิหร่าน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ “เนทันยาฮู” อ้างจะเดินหน้าบดขยี้ระบอบก่อการร้ายให้สิ้นซาก หลังทำลายโรงงานเหล็กในอิหร่านไปแล้ว 70% ลดทอนขีดความสามารถการผลิตอาวุธมาโจมตีรัฐยิว
วันที่ 5 เม.ย. นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมายืนยันว่า กองทัพอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีของอิหร่าน หลังจากทางการอิหร่านรายงานว่ามีโรงงานหลายแห่งในจังหวัดคูเซสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ผู้นำอิสราเอลระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนเดินหน้ากดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าก่อนหน้านี้อิสราเอลได้ทำลายกำลังการผลิตเหล็กของอิหร่านไปแล้วราว 70% ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาวุธ
“ผมสัญญากับพวกคุณว่าเราจะเดินหน้าบดขยี้ระบอบก่อการร้ายในเตหะรานต่อไป และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่
“หลังจากที่เราได้ทำลายกำลังการผลิตเหล็กของพวกเขาไปแล้ว 70% ซึ่งพวกเขาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาวุธเพื่อต่อต้านเรา วันนี้เราได้โจมตีโรงงานปิโตรเคมีของพวกเขา สิ่งทั้งสองนี้คือเครื่องจักรทำเงินของพวกเขา เพื่อนำไปใช้สนับสนุนสงครามก่อการร้ายต่อเราและต่อทั้งโลก” เนทันยาฮูกล่าว
ด้านกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานในศูนย์ปิโตรเคมีที่เมืองมาห์ชาห์ร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน รวมถึงโรงงานสำคัญอีก 2 แห่ง ซึ่งใช้ในการผลิตวัสดุสำหรับวัตถุระเบิด ขีปนาวุธ และอาวุธประเภทต่างๆ
กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นคาดว่าจะกระทบต่อศักยภาพของอิหร่านในการผลิตอาวุธที่อาจถูกใช้โจมตีอิสราเอลในอนาคต
ขณะที่ Mehr News Agency สื่อทางการของอิหร่าน รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้จากการโจมตีดังกล่าวสามารถควบคุมและดับลงได้ทั้งหมดแล้ว
ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงเพิ่มระดับการโจมตีต่อเป้าหมายทางอุตสาหกรรมของอิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเหล็ก โรงงานปูนซีเมนต์ และศูนย์ปิโตรเคมี ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างสำคัญในการสนับสนุนศักยภาพทางทหารของอิหร่าน


