xs
xsm
sm
md
lg

โค่นต้นตาลดาบวิชัย คนละเส้นกับแลนด์มาร์ค พิรุธผู้รับเหมาปรับพื้นที่ ทั้งที่ยังไม่เซ็นสัญญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ต้นตาลอายุประมาณ 30 ปี จำนวน 47 ต้น บนทางหลวงชนบท ศก 3013 แยกทางหลวงหมายเลข 226 - บ้านพิมาย (ถนนบ้านตูม-ปรางค์กู่) อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือดาบวิชัย เจ้าของฉายา “คนบ้าปลูกต้นไม้” เคยปลูกเอาไว้สมัยยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งให้ร่มเงารวมถึงเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชน ถูกผู้รับเหมาก่อสร้าง นำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ รื้อถอนตัดโค่นเสียหาย เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา เป็นภาพสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น และเป็นที่วิจารณ์อย่างมากบนโลกโซเชียลฯ ถึงการทำลายธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณการอนุรักษ์ธรรมชาติ

จริงอยู่ ที่จุดเกิดเหตุเป็นคนละแห่งกับ "ถนนต้นตาลดาบวิชัย" ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบท ศก 2200 หรือถนนอุทุมพรพิสัย-ปรางค์กู่ เขตเทศบาลตำบลโคกจาน อ.อุทุมพรพิสัย ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ ร.ต.ต.วิชัย อุทิศตนปลูกต้นไม้ ตั้งแต่ปี 2531 แต่ทางหลวงชนบท ศก 3013 เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอปรางค์กู่ ไป อ.ห้วยทับทัน ที่ผ่านมาได้ขยายถนนไปแล้วจากตัวอำเภอปรางค์กู่ ประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ ก่อนที่ถนนจะแคบลงเมื่อมีต้นตาลเต็มสองข้างทาง

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ดาบวิชัยปลูกต้นไม้รวมกว่า 3 ล้านต้น ในช่วงที่พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความชุ่มชื้น และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนในระยะยาว ฉายา "คนบ้าปลูกต้นไม้" กลายเป็นภาพจำแก่คนรุ่นนั้น มีภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ระบุว่า "เราจะคืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน เกื้อกูลอาศัยซึ่งกันและกัน ผมว่าโลกของวัตถุเป็นสิ่งสมมติทั้งนั้น ความสุขที่แท้จริงก็อยู่กับธรรมชาติ และรู้จักเคารพธรรมชาติ ต้นไม้นี้ผมจะต้องปลูก ปลูกไปเรื่อยๆ ปลูกจนกว่าจะตาย" แม้ดาบวิชัยจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2566 ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ รวมอายุได้ 77 ปี แต่ชื่อของถนนต้นตาลดาบวิชัย ยังคงอยู่ในใจของคนที่ได้รับรู้เรื่องราวตลอดมา

จากข่าวที่เกิดขึ้น ทำเอานายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ต้องออกมาแก้ข่าวว่า ภาพที่ปรากฏในโลกออนไลน์เป็นถนนคนละเส้นกัน ถนนต้นตาลดาบวิชัย ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการตัดโค่นต้นตาลแต่อย่างใด ถึงกระนั้น กระแสความไม่พอใจแก่ชาวเน็ตยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี ทำให้ผู้รับเหมาตัดสินใจนำต้นตาลบางส่วนประมาณ 20 ต้นกลับมาปลูกใหม่ แต่สภาพต้นตาลแต่ละต้นแห้งใกล้ตาย เพราะไม่ได้เคลื่อนย้ายอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ผลการแสดงความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลปรางค์กู่ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 กลับพบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขยายถนน เพื่อรองรับการสัญจรเฉลี่ย 4,300 คันต่อวัน โดยเห็นควรให้ย้ายต้นตาลออกให้หมด เมื่อการก่อสร้างถนนแล้วเสร็จให้ปลูกต้นคูณและต้นจานแทน

นางกฤษฎาวัลย์ สุริยุทธ อายุ 58 ปี ลูกสาวของดาบวิชัย กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมในวันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ย้ายต้นตาล อีกฝั่งหนึ่งที่จะขยายถนนเพิ่มออกทั้งหมด และดูว่าต้นไหนพอที่จะเคลื่อนย้ายนำออกไปปลูกได้ ก็จะนำไปปลูกที่โรงเรียนปรางค์กู่ เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว บ้านเมืองเริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้น เราก็ต้องยอมรับในมติที่ประชุม เมื่อย้ายต้นตาลออกไปแล้ว การก่อสร้างถนนเสร็จ ก็จะได้มีการปลูกต้นไม้ใหม่ขึ้นทดแทน ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นต้นตาล อาจเป็นต้นคูน ต้นจาน ต้นขี้เหล็ก หรือต้นสะเดาก็ได้ เพราะพ่อดาบวิชัย ไม่ได้ปลูกเฉพาะต้นตาลอย่างเดียวเท่านั้น พอหลังถนนสร้างเสร็จก็มาร่วมกันปลูกแล้วก็มาช่วยกันดูแลต่อไป และอยากขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย เราเป็นคนพื้นที่ ก็อยากจะได้ความเจริญ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในชุมชน

ขณะที่กรมทางหลวงชนบทประกาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องดำเนินการปรับแก้ไขรูปแบบการก่อสร้างและปรับราคากลางใหม่ ซึ่งดำเนินต่อไปแล้วจะเกิดความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ ส่วนแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ สั่งปรับผู้รับเหมา 50,000 บาท

นายไพวรรณ์ เขียวอ่อน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ กล่าวว่า ในนามตัวแทนกรมทางหลวงชนบท ขอกราบขอโทษที่ได้ล่วงเกินดาบวิชัย ผู้นำจิตวิญญาณในการปลูกต้นไม้ เราก็ต้องน้อมรับในความผิดพลาดในครั้งนี้ จากที่ได้รับทราบจากสื่อโซเชียลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ลงพื้นที่ทันที ไปสอบถามทางพื้นที่และประสานทางส่วนกลางแล้ว ทราบว่ายังไม่ได้รับการอนุญาต จึงได้สั่งระงับผู้รับจ้าง ให้ระงับการก่อสร้างในทันที และได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว

เป็นที่น่าสังเกตจากสื่อว่า โครงการก่อสร้างถนนสาย ศก 3013 แยกทางหลวงหมายเลข 226-บ้านพิมาย อ.ห้วยทับทัน และ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ วงเงินงบประมาณ 28,470,000 บาท กรมทางหลวงชนบท เปิดให้ซื้อซองประกวดราคาแบบ E-Bidding ระหว่างวันที่ 11-17 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่ายังไม่ทันประกาศผู้ชนะการเสนอราคา และลงนามสัญญาจ้าง กลับลงมือก่อสร้างถนนและตัดต้นตาลแล้ว เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 หรือถัดจากวันซื้อซองประกวดราคาเพียง 2 วัน

นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ถ้ายังไม่รื้อถอนแล้วยกเลิกก็ว่าไปอย่าง อันนี้รื้อถอนไปแล้วมายกเลิก แล้วจะคืนต้นตาลอย่างไร ทำไมไม่ทำให้ดีกว่าเดิม ผมเป็นรองผู้ว่าฯ ที่ดูแลกระทรวงคมนาคม แขวงทางหลวง และแขวงทางหลวงชนบท ก่อนจะทำอะไรโดยเฉพาะการตัดใหม่และการขยายเลน ปรับปรุงทางแยกทางร่วมสะพานกลับรถ ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน และรับฟังหลายรอบมาก

ไม่เข้าใจว่าถนนต้นตาลดาบวิชัย ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นหรือการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนหรือ พอมีดรามาโซเชียล ก็ถอยกันหมด มันรื้อไปแล้ว กลับคืนมาไม่ได้ ทำไมไม่ทำให้มันสวยงามกว่าเดิม ถ้ายังไม่รื้อว่าไปอย่าง ลงมือทำแล้วรื้อแล้ว มายกเลิกแล้วมันจะคืนต้นตาลยังไง ทำไมไม่เอาผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เคยรับฟังไว้ มาประกาศให้เสียงดังฟังชัดว่า ผมจะทำให้ดีกว่าเดิม ตามที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ถนนนี้ยังเป็นถนนต้นตาล ผมจะนำต้นเดิมมาปลูกใหม่และดูแลรักษาให้สวยงาม พี่น้องประชาชนจะได้ถนนดีกว่าเดิม ไม่น้อยหน้าของเดิม ต้นตาลดาบวิชัยไม่ได้หายไปไหนผมจะรักษาไว้ยิ่งชีพ ต้นไหนตายผมจะนำต้นใหญ่กว่าเดิมมาปลูกทดแทน และจะบำรุงรักษาให้ดีกว่าเดิมด้วย ขอพี่น้องประชาชนอย่าได้กังวลใจ แค่นี้ทำไม่ได้เหรอ

ล่าสุด นายมนัส แสดงความคิดเห็นว่า อำนาจและเหตุที่ยกเลิกโครงการขยายเลนถนนต้นตาลดาบวิชัย เป็นการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้นไปเลยเพื่อเริ่มใหม่ กรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างมหาวิทยาลัยที่จัดสอบแข่งขันบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นมาแล้ว แต่มูลเหตุนั้นต่างกัน เค้าเรียกว่ายกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างก่อนที่จะลงนามในสัญญา ตามมาตรา 67 กรณีเช่นนี้ คู่กรณีภาคเอกชนไม่อาจจะเรียกร้องใดๆ ได้ สำหรับบริษัทที่เข้าไปรื้อถอนต้นตาลก่อน ก็ต้องว่ากันไปตามคดีที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองยังไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปรื้อถอนได้อย่างไร แต่การขยายเลนจะมีต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเวทีรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ที่แขวงทางหลวงชนบทจะต้องดำเนินการต่อไป