กลายเป็นประเด็นที่สังคมกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง สำหรับคดีสะเทือนใจที่แม่บ้านแอบผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ (เดทตอล) ลงในขวดนมของเด็กวัยเพียง 2 ขวบ ล่าสุดคุณแม่ผู้เสียหายได้อัปเดตความคืบหน้าของคดีพบว่าผู้ต้องหา "ถูกปล่อยตัวชั่วคราว" และกลับไปใช้ชีวิตในสังคมตามปกติแล้ว
วันนี้ (3 เม.ย.) แม้ในช่วงแรกหลังออกรายการดัง กระบวนการยุติธรรมจะดูรวดเร็วและราบรื่น แต่กลับต้องมาสะดุดในขั้นตอนสำคัญ โดยมีรายละเอียด ในกุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเห็นอดีตแม่บ้านรายนี้ไปรับงานที่อื่น เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวเนื่องจาก ฝากขังครบกำหนดสูงสุด 48 วัน แต่ยังไม่มีการส่งเรื่องฟ้องศาล
และทางอัยการระบุว่ายังรอเอกสารสำคัญจากตำรวจ ขณะที่ตำรวจชี้แจงว่ากำลังรอผลการตรวจพิสูจน์ความอันตรายของสารพิษจาก ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ซึ่งมีการติดตามไปแล้วถึง 2 ครั้งแต่ยังไร้วี่แวว
โดย ในเดือนมีนาคม 2569 ผ่านไป 1 เดือนเต็มหลังจากติดตามคดีครั้งล่าสุด เอกสารที่รอคอยก็ยังไม่ออก ส่งผลให้การสั่งฟ้องไม่สามารถดำเนินการต่อได้
ความกังวลของผู้เสียหาย ชี้"ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม" พร้อมทั้ง หัวอกคนเป็นแม่แสดงความกังวลอย่างหนักถึงความปลอดภัยของครอบครัว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้การติดตามตัวมาดำเนินคดีในอนาคตทำได้ยากลำบาก
"ถ้ามีหมายเรียกจะส่งไปที่ไหน? ถ้าเขาไม่มาตามนัดต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะออกหมายจับ? แล้วจะไปตามจับที่ไหน?"
นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในสังคม ว่าเหตุใดบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อเด็กเล็กและมีหลักฐานชัดเจน ถึงสามารถใช้ชีวิตปกติและมีโอกาสไปก่อเหตุซ้ำกับครอบครัวอื่นได้ ในขณะที่ครอบครัวเหยื่อยังคงต้องอยู่กับความหวาดระแวงและหัวใจที่แตกสลาย
ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้เสียหายทำได้เพียงรอคอยความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะกลับมาทำงานอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อให้คนผิดได้รับโทษตามกฎหมายอย่างสาสม พร้อมฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกครอบครัวระมัดระวังในการเลือกคนเข้ามาดูแลบุตรหลาน
คลิกชมคลิปวีดีโอ


