xs
xsm
sm
md
lg

คำขอโทษไม่พอ! พ่อประกาศชน ยันดำเนินคดีถึงที่สุด หลังลูกสาวพิการถูกบูลลี่-ประจานคลิปลงกลุ่มนานนับปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พ่อไม่ทน! ประกาศสงครามโซเชียล ปกป้องลูกสาวพิการหลังถูกหนุ่มหื่นคุกคามแชต-บูลลี่รูปลักษณ์จนล้มป่วยซึมเศร้า เผยพฤติกรรมสุดแสบตามรังควานนับปีไม่เลิก แม้ครอบครัวคู่กรณีรุดขอขมาแต่สายไปเสียแล้ว พ่อลั่นต้องมีคนรับผิดชอบกับอนาคตเด็กที่ต้องเสียไป

วันนี้ (1 เม.ย.) โลกออนไลน์แห่ส่งกำลังใจให้คุณพ่อใจสู้ “Pana Suttineum” นักกีฬาเพาะกายชื่อดัง และ “น้องทับทิม” ซึ่งเป็นลูกสาวพิการทางร่างกาย หลังถูกชายปริศนาคุกคามและบูลลี่รูปร่าง “น้องทับทิม” อย่างทารุณบนโลกโซเชียลนานเกือบ 2 ปี จนสภาพจิตใจพังยับเยินจนตกอยู่ในสภาวะเครียดจัดและซึมเศร้า สุดท้ายครอบครัวต้องตัดสินใจให้ "พักการเรียน" เพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาจิตใจอย่างเร่งด่วน

โดยผู้เป็นพ่อยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

สำหรับเหตุการณ์เริ่มต้นจากชายรายหนึ่งที่ติดต่อเข้ามาพูดคุยเชิงจีบ “น้องทับทิม” บุตรสาวของเขาเป็นเวลานานกว่า 1 ปี แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง กลับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางคุกคาม ส่งข้อความไม่เหมาะสมและยกระดับไปสู่การกลั่นแกล้งอย่างรุนแรง โดยมีการนำคลิปวิดีโอของเด็กไปเผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก พร้อมใช้ถ้อยคำซ้ำๆ ในลักษณะดูหมิ่นรูปลักษณ์ทางร่างกาย ซึ่งสร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างต่อเนื่อง

ผู้เป็นพ่อเล่าว่า จุดที่ทำให้เขาตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องนี้คือช่วงที่ลูกสาวนำข้อความสนทนามาให้ดู ซึ่งเนื้อหาภายในรุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด ทำให้เขาถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พร้อมตั้งคำถามถึงจิตสำนึกของผู้ก่อเหตุที่เลือกใช้คำพูดทำร้ายเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีข้อจำกัดทางร่างกายตั้งแต่กำเนิด

ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่เพียงโลกออนไลน์ แต่ลุกลามไปสู่ชีวิตจริง เมื่อ “น้องทับทิม” มีอาการเครียดและสภาพจิตใจย่ำแย่จนต้องเข้ารับการดูแลจากแพทย์ และตัดสินใจพักการเรียนเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ ขณะที่ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้ติดต่อเข้ามาขอขมาในภายหลัง แต่ครอบครัวยืนยันไม่ขอรับคำขอโทษ และต้องการให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ผู้เป็นพ่อระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัวของครอบครัว แต่สะท้อนปัญหาความรุนแรงในสังคมออนไลน์ที่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะต่อกลุ่มเปราะบางอย่างผู้พิการ พร้อมเรียกร้องให้สังคมร่วมกันตระหนักและไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับผู้อื่นในอนาคต