กลายเป็นประเด็นดรามาร้อนแรงบนโลกโซเชียล เมื่อมีการแชร์ภาพป้ายไวนิลขนาดใหญ่ที่ติดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีข้อความระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ผมจะวางยาเบื่อหมา ในบริเวณบ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป" ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในแง่ของกฎหมายและจริยธรรม
วันนี้ (31 มี.ค.) เพจ "ชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์" ได้ออกมาโพสต์เตือนเจ้าของป้ายดังกล่าวว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อตัวเจ้าของบ้านเลย เพราะหากมีสุนัขเป็นอะไรไป เจ้าของบ้านหลังนี้จะเป็น "ผู้ต้องสงสัยคนแรก" ทันที ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
โซเชียลฯ เสียงแตก: ปัญหาสังคมที่แก้ไม่ตก ในช่องแสดงความคิดเห็นพบว่าชาวเน็ตแบ่งออกเป็นหลายฝ่ายอย่างชัดเจน
ฝ่ายเมตตาสัตว์ มองว่าสุนัขเลือกเกิดไม่ได้ และการฆ่าแกงกันไม่ใช่ทางออก "ขอแค่ไม่ทำร้ายเขา ให้โอกาสเขาได้ใช้ชีวิตเถอะ" พร้อมเตือนว่าการทำบาปกับสัตว์จะส่งผลต่อชีวิต
ฝ่ายเห็นใจเจ้าของบ้าน หลายคนมองว่านี่คือ "เสียงสะท้อนของความเหลืออด" โดยเชื่อว่าเจ้าของบ้านอาจจะถูกรบกวนอย่างหนัก เช่น สุนัขมาถ่ายหน้าบ้าน หรือกัดข้าวของ จนต้องขึ้นป้ายเพื่อ "ขู่" ให้เจ้าของสุนัขหันมาดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองให้ดีขึ้น
ฝ่ายสะท้อนความรับผิดชอบ มีคอมเมนต์หนึ่งที่ได้รับความสนใจมาก ระบุว่า "คนทำจริงมักไม่ติดประกาศ" แต่การติดป้ายคือการเตือนสติพวกที่ชอบ "ทำบุญเอาหน้า" ด้วยการให้อาหารสัตว์จรจัดแต่ไม่รับผิดชอบ หรือเจ้าของที่ปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงให้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ข้อกฎหมายที่น่าสนใจ แม้จะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่การวางยาเบื่อสัตว์มีแง่มุม
ทั้งนี้ ทางกฎหมายที่ต้องระวัง
1. พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์: มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ทำให้เสียทรัพย์: หากสัตว์นั้นมีเจ้าของ เจ้าของสัตว์สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้
3. อันตรายต่อบุคคล: หากยาเบื่อส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นหรือเด็กในบริเวณนั้น อาจมีความผิดทางอาญาฐานกระทำการโดยประมาท
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุนัขจรจัดหรือการเลี้ยงสุนัขแบบปล่อยปละละเลยยังคงเป็นปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านที่รอการแก้ไขอย่างยั่งยืน มากกว่าการใช้ความรุนแรงเข้าตัดสิน


