สมภพ พอดี ฟาดเดือดปมวาทกรรม "ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน" กางหลักฐานยันโรงกลั่นไม่ใช่แผงขายปาท่องโก๋ที่จะมานั่งนับกำไรรายวัน ตอกกลับพวกปั่นกระแสทำสังคมถอยหลัง ชี้กลไกภาษีและสรรพสามิตคุมเข้มทุกขั้นตอน จนไอ้โม่งแทบไม่มีที่ยืน
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Sompob Pordi” ออกมาโพสต์ข้อความประเด็นมีการพูดถึงว่า มีไอ้โม่ง ซึ่งเป็นวาทกรรม หลัง น้ำมันหายไปจากตลาดนับสิบล้านลิตรในจังหวะที่ราคากำลังจะขึ้นพอดี สังคม นักวิชาการ และนักการเมืองฝ่ายค้านจึงตั้งข้อสังเกตว่า งานนี้ต้องมี "ไอ้โม่ง" (ผู้มีอิทธิพล นายทุน หรือกลุ่มธุรกิจ) แอบกักตุนน้ำมันเพื่อรอฟันกำไรจากส่วนต่างราคาแน่ๆ อย่างไรก็ตาม นายสมภพ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า
“ไอ้โม่ง
ผมเอาข้อเท็จจริงของการค้าการจัดส่งนํ้ามันเชื้อเพลิงมากางให้ดูกัน จะได้ช่วยกันหาว่าไอ้โม่งคือใคร และมีไอ้โม่งจริงหรือไม่ ดังต่อไปนี้
ผู้ต้องสงสัยรายแรก โรงกลั่นนํ้ามันประเทศไทยมีโรงกลั่นนํ้ามันเพื่อการพาณิชย์ในปัจจุบันรวม 6 โรง มีความสามารถในการกลั่นนํ้ามันดิบรวมประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันได้นํ้ามันเชื้อเพลิงทุกชนิดรวมประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน โดยโรงกลั่นนํ้ามันเหล่านี้นำเข้านํ้ามันดิบประมาณ 90% ของปริมาณที่ใช้ นํ้ามันดิบมาถึงเมืองไทยปุ๊บ ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มปั้บ แถมกลั่นนํ้ามันเชื้อเพลิงได้ปุ๊บ ก็ต้องลงบันทึกปั้บว่าวันไหนกลั่นได้นํ้ามันอะไรเท่าไหร่ เพราะทุกรายเป็นธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ ทำบัญชีสองสามสี่เล่มไม่ได้ และต้องทำรายงานละเอียดยิบส่งให้สรรพสามิตทุกวันด้วยว่า ผลิตอะไรได้เท่าไหร่ ส่งออกจากโรงกลั่นให้คลังนํ้ามันให้ปั้มนํ้ามันเท่าไหร่ เพราะต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตรทุกลิตร
โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งที่ถังเก็บนํ้ามันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ยักษ์ ใหญ่แบบเห็นได้แต่ไกลด้วย แต่ไม่มีถังว่างๆถังเปล่าๆ เพราะต้องใช้เก็บสำรองนํ้ามันเชื้อเพลิงตามกฏหมาย และไม่มีความสามารถคาดเดาว่าเมื่อไหร่จะมีสงครามจนนํ้ามันขาดแคลนก็เลยไม่ได้ทุ่มทุนสร้างถังใหญ่ยักษ์เอาไว้ตุนนํ้ามันเชื้อเพลิงให้ผู้ถือหุ้นต้องถามผู้บริหารว่า เฮ้ยยยย ทำอะไรกัน เราทำธุรกิจกลั่นนํ้ามันรึเก็งกำไรนํ้ามัน(วะ)
ผู้ต้องสงสัยรายที่สอง คลังน้ำมัน
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคลังนํ้ามันรวม 68 แห่งกระจายอยู่ทุกภาคทุกพื้นที่ 50 กว่าแห่งเป็นของบริษัทผู้ค้านํ้ามันขนาดใหญ่ เช่น ปตท. บางจาก พีที เชลล์ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ ที่เหลือเป็นของผู้ให้ผู้ค้านํ้ามันรายใหญ่น้อยเช่าเพื่อเก็บนํ้ามันและผู้ค้าส่งรายใหญ่เหลือไม่ถึงจำนวนนิ้วมือแล้ว โดยทุกแห่งมีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตอยู่ด้วยเพื่อตรวจสอบปริมาณนํ้ามันที่เข้าและออกจากคลังว่าจะต้องผ่านการเสียภาษีสรรพสามิตอย่างถูกต้องและครบถ้วน คลังนํ้ามันเหล่านี้ก็มีถังเก็บนํ้ามันใหญ่ขนาดน้องยักษ์ที่เห็นได้ง่ายๆเช่นกัน แต่ไม่ได้สร้างไม่ได้เตรียมถังเปล่าเอาไว้กักตุนนํ้ามันเพราะเดาไม่ได้ไม่ถูกว่าเมื่อไหร่จะมีสงคราม
ผู้ต้องสงสัยรายที่สาม ปั้มนํ้ามัน
เมืองไทยมีปั้มน้ำมันเกือบ 30,000 แห่ง ดังนี้
พีที ประมาณ 2,500 แห่ง
ปตท. ประมาณ 2,300 แห่ง (แต่มาร์เก็ตแชร์สูงสุดประมาณ 40%)
บางจากประมาณ 2,200 แห่ง
เชลล์ประมาณ 700 แห่ง
คาลเท็กซ์ประมาณ 450 แห่ง
ซัสโก้ ไม่รู้ว่ากี่แห่งแต่น้อยกว่าคาลเท็กซ์
ปั้มนํ้ามัน 8,000 กว่าแห่งเหล่านี้เป็นปั้มมาตรฐาน ใช้ถังเก็บนํ้ามันใต้ดินราคาแพงที่มีปริมาณจำกัด ไม่ได้สร้างเผื่อเอาไว้เพื่อกักตุนนํ้ามันเชื้อเพลิงเป็นสิบๆร้อยๆล้านลิตรตามที่สื่อชั่วปั่น
ปั้มนํ้ามันที่เหลืออีกสองหมื่นกว่าแห่งก็เป็นปั้มขนาดเล็กกว่าจนถึงเล็กจิ๋วที่อยู่ตามชุมชุนห่างไกล มีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด มีจำนวนลูกค้าขาประจำจำกัด
ปั้มนํ้ามันเหล่านี้ถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีท้องถิ่น ดังนั้นจึงต้องมีบันทึกว่ารับนํ้ามันเข้าเท่าไหร่ขายออกเท่าไหร่ด้วยเช่นกัน
ผู้ต้องสงสัยรายที่สี่ ประชาชนคนธรรมดา อย่างในภาพปลากรอบ ประชาชนที่ไอ้พวกหน้าโง่ทั้งในและนอกจอทีวีบอกว่าเดือดร้อน ลำบาก ยากจน ทั้งที่บางคนเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบ บางคนค้ายาเสพติด บางคนทำบ่อนทำเว็บพนัน บางคนฟอกเงินผิดกฏหมาย บางคนทำอาชีพกว้านซื้อตั๋วชมคอนเสิร์ต ชมกีฬา ไว้ขายต่อราคาแพงๆ และอื่นๆ ที่อยู่นอกระบบภาษี ไม่มีใครตรวจสอบได้ ที่ใช้ถัง 200 ลิตรและแกลลอนจำนวนมากตะเวนแย่งเติมน้ำมันตามปั้มเพื่อเก็บไว้ใช้บ้าง ขายต่อบ้าง แม้จะตุนได้ไม่มาก เพราะ มีถังจำนวนจำกัด แต่ก็มากพอที่ทำให้ไอ้พวกเหี้ยทั้งในและนอกจอ ทั้งในและนอกสัปปะรดสถานทำคอนเท้นต์ไปปั่นควายต่อเพื่อด่าประเทศชาติและเพื่อผลทางการเมืองโง่ๆ
จับตัวไอ้โม่งได้ละยังครับ? ผมยังมืดแปดด้านยังไม่รู้เลยว่ามีไอ้โม่งจริงมั้ย“
ล่าสุด วันนี้ (27 มี.ค.) นายสมภพ พอดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยเป็นการวิจารณ์กลุ่มคนที่ขาดความเข้าใจเรื่องธุรกิจพลังงานแต่แสดงความเห็นเชิงตำหนิ ผู้เขียนมองว่าความเข้าใจผิดหรือความ "โง่ดักดาน" ในเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ เป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“ความโง่ดักดาน
โพสต์เรื่อง ไอ้โม่ง ของผมทำให้ได้เห็นได้รับรู้ถึง ความโง่ดักดาน ความเห็นควายๆ ของคนบางคน บางกลุ่มเยอะเลย อย่างเช่นภาพปลากรอบที่แปะ
คนที่อุตส่าห์เอาความโง่ดักดานนี้มาอวด น่าสมเพชแต่ไม่เวทนา เพราะไม่รู้ว่า โรงกลั่นนํ้ามันไม่ใช่แผงขายปาท่องโก๋รึขนมครก ไม่ได้นับว่าวันนี้ขายได้เท่าไหร่ ซื้อของเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ทุกวัน แต่โรงกลั่นนํ้ามันปิดบัญชีทุกเดือนเหมือนกับธุรกิจจดทะเบียนทั่วไป อย่างกำไรเดือนนี้ เดือนมีนาคม ก็จะไปรู้เอาตอนช่วงอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน
อันนี้ถือว่าโง่ยี่สิบสองกระโหลก
อีกดอกนึงคือพรี่แกไม่รู้ว่า ราคานํ้ามันเชื้อเพลิงหน้าปั้มไม่เกี่ยวกับผลกำไรของโรงกลั่น โดยเฉพาะเมื่อมีการบิดเบือนราคาหนักๆอย่างตอนนี้ เพราะกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงต้องจ่ายเงินอุดหนุนให้กับโรงกลั่น ราคาดีเซลหน้าปั้ม 30 บาท ก็จ่าย 20 กว่าบาท รวมแล้วโรงกลั่นได้ 50 กว่าบาท ราคาดีเซลหน้าปั้มขึ้นเป็น 36 บาท กองทุนฯก็จ่ายเงินอุดหนุนลดลง 6 บาท โรงกลั่นก็ยังมีรายได้เท่าเดิม
อันนี้โง่เจ็ดกระโหลก
รวมแล้วเป็นความโง่ดักดาน ยี่สิบเก้ากระโหลก
ความโง่ดักดานเหล่านี้คืออุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประเทศ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนไทย และยิ่งมีมากขึ้นหนักขึ้นทุกวันด้วย“


