หลัง สส.อรรถวิชช์ ออกมาเบรกแรงปม "น้ำมันสต๊อกเก่า" ขึ้นราคาพรวดเดียว 6 บาท ชี้เป้าโรงกลั่นกั๊กของฟันกำไร งานนี้เจอคนจริงสายค้าขายดีกรี MBA โพสต์สวนหมัดต่อหมัด! อธิบายชัดวิถีพ่อค้าของจริง ต้นทุนผันผวนต้องปรับขึ้นลงตามตลาดทันที ไม่มีใครรอขายของเก่าหมด พร้อมท้าชนฝ่ายค้าน แน่จริงตั้ง กมธ. ตรวจสอบสต๊อกโรงกลั่นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปเลย รอดูอยู่ว่า "ไอ้โม่ง" ที่ตุนน้ำมันมีจริง หรือแค่ออกมาพูดเอาซีน
จากกรณี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาโพสต์ข้อความ
“พาณิชย์ ต้องเบรคด่วน ! น้ำมันสต๊อกเก่า ขึ้นพรวด 6 บาท ผมว่าเกินไปแล้ว เพราะแบบนี้ โรงกลั่นถึงกั๊กน้ำมัน เก็บไว้ขายทำกำไร
มันสต๊อกเก่า จะขึ้นราคาแบบนี้ไม่ได้ ของจริงตัวแพงยังไม่มานะครับ”
ซึ่งเป็นความเห็นที่มองว่าราคาน้ำมันขึ้นเร็วเกินจริงและอาจมีการกักตุนเพื่อกำไร ทั้งที่เหตุผลยังไม่ครบตามกลไกราคาตลาดจริง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Withawatt "Cozy" Tansuhaj” ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โต้แย้งต่อโพสต์ของนายอรรถวิชช์ โดยได้ระบุข้อความ
“.
มีสองเรื่องที่ขอแย้งจากโพสต์นี้ของท่าน สส.
.
จากคนที่เรียนจบ MBA มานะครับ สินค้าราคาผันผวนสูง ไม่มีบรรษัทไหน ถ้าต้นทุนประกาศขึ้นแล้วเขาจะขายของเก่าในราคาเดิมจนหมดก่อนหรอกครับ เขาจะต้องปรับขายตามราคาขึ้นไปเลย เพราะต้องเอาเงินที่ได้มาจ่ายซื้อของราคาใหม่ที่แพงขึ้นมาขาย หลักนี้เขาเรียก FIFO first in first out ไม่มีบรรษัทไหนในโลกจะขายราคาเดิม เอาเงินสำรองมาทบแล้วไปซื้อราคาใหม่ที่แพงกว่ามาขายหรอกครับ เพราะมันจะวนกลับถ้าราคาตลาดโลกมันลง แล้วโรงน้ำมันยังถือสต๊อกราคาแพงกว่าตลาด ในกรณีที่ราคาโลกลด น้ำมันหน้าปั้มก็ต้องมีลดตามราคาประกาศ ถ้าโรงกลั่นไม่ลงตาม อ้างว่ายังมีสต๊อกเดิมที่ราคาแพง รับรองเลยต้องโดนด่าอีกว่าทำไมราคาโลกลดแล้วถึงไม่ลดตาม ดังนั้น แพงขึ้นก็ต้องขึ้นเลย ลดลงก็ต้องลดเลย ตามหน้าบัญชีกำไรหรือขาดทุนมันก็จะไปถัวเฉลี่ยกันตรงนั้น พวกที่ด่ากันตอนนี้หวังว่าคงพอเข้าใจ
.
.
สมัยผมค้าวัสดุก่อสร้าง โรงงานแจ้งปูนขึ้นถุงละ ๕ บาท อีกวันผมก็ขึ้นราคาสต๊อกเก่า ๕ บาทหมด เพราะอะไร เพราะถ้าอีกสองสามสัปดาห์โรงปูนแจ้งลง ๓ บาท อีกวันผมก็ต้องลดราคาปูน ๓ บาทเช่นกัน ทั้งที่สต๊อกเก่ายังมีราคาซื้อมาแพง ๕ บาท ไม่ลงไม่ได้ครับ เพราะร้านอื่นเขาลงหมด ค้าขายก็แบบนี้แหละ บางคนไม่เคย เป็นแค่นักวิชาการก็ไม่รู้หรอก
.
.
ส่วนเรื่องโรงกลั่นคลังน้ำมันกักตุน ตอนนี้ประเทศไทยมีบรรษัทกลั่นน้ำมัน ๖ บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ถ้าไม่ไว้ใจรัฐบาล ท่าน สส. ฝ่ายค้านสามารถตั้งกรรมาธิการขอยื่นเรื่องตรวจสต๊อกย้อนหลังได้ เพราะน้ำมันไม่ใช่น้ำเปล่านะครับ มันต้องมีครบทั้งจำนวนซื้อ จำนวนกลั่น จำนวนจ่ายออก ทุกขั้นตอนต้องมีคนเซ็นรับรอง เพราะกำไรมันต้องจ่ายคืนปันผลผู้ถือหุ้นรายย่อย เมื่อวาน สส.ส้มบอกจะเปิดชื่อไอ้โม่งที่ตุนน้ำมันก็รอฟังชื่อ สุดท้ายก็ไม่มีบอก ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันอยู่เบื้องหลังและน้ำมันเป็นพันล้านลิตร (เพราะเห็นบอกว่ากำไรหมื่นล้าน) ที่ว่าเอาไปเก็บไว้น่ะ มันไปเก็บกันไว้ที่ตรงไหน
.
ทำงานเลยครับ ขอเข้าตรวจอะไรก็ว่าไป ผมรอดู
.
.
ปล.เมื่อวานมีคุณกรณ์พูดพอฟังได้คนเดียวเรื่องภาษีสรรพสามิต”


