xs
xsm
sm
md
lg

แฉแผนก่อนลงมือ! ฆาตกรหั่นศพสาวลาว เคยโทร "มูลนิธิกระจกเงา" แจ้งคนหาย หวังสร้างหลักฐานเท็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มูลนิธิกระจกเงาแฉพฤติกรรมสุดอำมหิต “มือหั่นศพสาวลาว” พบเคยโทรแจ้งคนหายกลบเกลื่อนร่องรอยตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. หวังสร้างหลักฐานเท็จตบตาเจ้าหน้าที่ ขณะที่ทีมงานเผยข้อมูลสุดสลด เหยื่อเคยโทรมายืนยันความปลอดภัยและขอยุติความสัมพันธ์เพราะทนความรุนแรงไม่ไหว ก่อนจะหายสาบสูญและกลายเป็นโศกนาฏกรรม

จากกรณี ฆาตกรรมสยองขวัญหั่นศพ น.ส.แรม โพธิราช์ อายุ 20 ปี สาวลาวโยนทิ้งคลอง ในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยสืบทราบและจับกุมผู้ก่อเหตุ คือนายต้อม ไม่มีนามสกุล (MR.TOM) อายุ 24 ปี ชาวสะหวันนะเขต สัญชาติลาว ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ” โดยยอมรับว่า ก่อเหตุในที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง และหลบหนีมาทางชายแดน จ.หนองคาย กระทั่งถูกตำรวจ ตม.จว.หนองคาย เข้าจับกุมไว้ได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (27 มี.ค.) เพจ “ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา“ เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุ นายต้อม ผู้ก่อเหตุ เคยโทรมาแจ้งคนหายกับทางศูนย์ฯ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเป็นวางแผนฆาตกรรมไว้แล้ว

โดยทางเพจระบุข้อความว่า “ข่าวน่าสะเทือนใจในรอบสัปดาห์ คงไม่พ้นคดีฆาตกรรมชำแหละศพสาวชาวลาว โดยแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน

คดีนี้คือความรุนแรงในครอบครัว ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ฝ่ายหนึ่งต้องการไปมีชีวิตใหม่ แต่อีกฝ่ายไม่ยอม

ก่อนหน้านี้ ในห้วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หญิงสาวได้หายตัวไปจากที่พัก และฝ่ายชายได้เคยโทรมาแจ้งคนหายที่มูลนิธิกระจกเงา !!!

ทีมงานประเมินว่า เข้าข่ายความรุนแรงในครอบครัว จึงขอหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อญาติของฝ่ายหญิงโดยตรง ฝ่ายชายบอกว่า “ญาติอาจจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับตัวผมนะครับ“ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ให้เบอร์ติดต่อญาติกับทีมงาน

ปัญหาคนหายที่เป็นความรุนแรงในครอบครัว ทีมงานจะใช้ความระมัดระวัง รับฟังข้อความรอบด้าน และเคารพในสิทธิการตัดสินใจของคนที่หายไป

และเราจำเป็นต้องยืนยันความปลอดภัยของคนหาย

ทีมงานจึงส่งข้อความ เป็นภาษาไทยและภาษาลาว ไปยังกล่องข้อความ facebook ของหญิงสาว ไม่กี่อึดใจ เธอโทรกลับมายังหมายเลขโทรศัพท์ของทีมงาน

เธอยืนยันความปลอดภัย เธอสบายดี และต้องการยุติความสัมพันธ์กับฝ่ายชาย แต่คุยกันไม่ลงตัวเพราะฝ่ายชายไม่ยินยอม

ทีมงานรับทราบ และยืนยันว่าเราจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่แจ้งกับฝ่ายชาย

เคสนี้เงียบหายไปเพราะฝ่ายชาย ซึ่งเป็นผู้แจ้งก็ไม่ได้ติตตามเรื่องมาอีก กระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 2569 ชื่อของหญิงสาว ถูกรายงานว่ามีการแจ้งคนหายเข้ามาในระบบของมูลนิธิกระจกเงาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ผู้แจ้งเป็นพี่สาวของคนหาย

ก่อนเรื่องราวถูกคลี่คลาย กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจ

หลายคดีที่ปัญหาครอบครัว หรือความสัมพันธ์หาทางออกร่วมกันทั้งสองฝ่ายไม่ได้ จนต้องจบลงด้วยความรุนแรงในระดับฆาตกรรม

สัญญาณความรุนแรง มักถูกบ่งชี้มาก่อนเสมอ โดยเฉพาะการเคยขู่ หรือใช้กำลังทำร้าย คนในครอบครัวและคนรอบข้าง จะมีส่วนช่วยกันยับยั้งหรือหาแนวทางปลอดภัยให้คนที่อยากจะหายไป

สำหรับตัวคนหายเอง ขอให้เลือกจะอยู่ในที่ปลอดภัย และขอความช่วยเหลือทันที เมื่อประเมินว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย

ขอให้หญิงสาวไปสู่ภพภูมิที่ดี”