xs
xsm
sm
md
lg

คุก 2 ปี ปรับ 4 ล้านเรียล! สาวโรงงานกัมพูชาโพสต์หมิ่น “ตระกูลฮุน” ปมชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศาลในพนมเปญสั่งจำคุก 2 ปี ปรับเงิน 4 ล้านเรียล สาวโรงงานเสื้อผ้า หลังแสดงความเห็นในเฟซบุ๊ก “สม รงสี” วิจารณ์รัฐบาลถูกครอบงำโดยคนตระกูลฮุน กรณีขัดแย้งไทย-กัมพูชา ชี้เข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเรียบร้อยของสังคม

วันนี้(25 มี.ค.) สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า ศาลเทศบาลกรุงพนมเปญมีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มี.ค.ให้จำคุก “ฮุล มณีสมร” คนงานโรงงานเสื้อผ้าแห่งหนึ่งเป็นเวลา 2 ปี และปรับเงิน 4 ล้านเรียล(ประมาณ 33,000 บาท) ในข้อหายุยงปลุกปั่น จากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย

ผู้พิพากษา นิม พิศาล ระบุชื่อจำเลยว่า ฮุล มณีสมร อายุ 36 ปี อาศัยอยู่ในแขวงจอมเจา 1 เขตพอร์เซนเจย กรุงพนมเปญ
มณีสมรถูกตั้งข้อหา “ยุยงให้กระทำความผิดร้ายแรงและดูหมิ่นเจ้าหน้าที่รัฐ” ตามมาตรา 494, 495 และ 502 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของกัมพูชา

ผู้พิพากษาระบุเพิ่มเติมว่า หญิงรายนี้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 จากการแสดงความคิดเห็นบนหน้าเฟซบุ๊กของ สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน โดยมีเนื้อหายุยงประชาชนต่อต้านผู้นำรัฐบาล และกล่าวดูหมิ่นผู้นำประเทศเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งชายแดน

ตามข้อมูลของศาล ระบุว่าในเดือนพฤศจิกายน 2568 มณีสมรกล่าวหาว่ารัฐบาลถูกครอบงำโดยตระกูลฮุน

นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่า จำเลยได้กล่าวหาบนหน้าเฟซบุ๊กของ สม รังสี ว่า นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ได้ยกดินแดนของกัมพูชาให้กับไทยและเวียดนาม เพื่อแลกกับสันติภาพที่ไม่มีอยู่จริง และการสืบทอดอำนาจของตระกูลฮุน

ผู้พิพากษาพิศาลกล่าวว่า ข้อความที่จำเลยแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์นั้นไม่มีมูลความจริง การโพสต์ดังกล่าวเข้าข่ายละเมิดประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความสงบเรียบร้อยของสังคม

ด้าน อัม สมอัธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการขององค์กรสิทธิมนุษยชน Licadho เปิดเผยว่า จากรายงานขององค์กร มีผู้คนราว 100 คน รวมถึงนักการเมืองฝ่ายค้าน นักเคลื่อนไหวทางสังคม ครู ผู้ใช้เฟซบุ๊ก และผู้สื่อข่าว ถูกจับกุมจากการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ในกัมพูชา

เขากล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลกำลังจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน