xs
xsm
sm
md
lg

เชฟไทย-รัสเซียชนมือ สร้างสรรค์เมนูอาหารฟิวชั่น ‘คาร์เวียร์’ กับ ‘ต้มยำ’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online:  อาหารรัสเซียเป็นรสชาติที่คนไทยจำนวนมากอาจไม่คุ้นเคย รัสเซียเป็นประเทศที่มีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ แม้จะแตกต่างจากอาหารไทยค่อนข้างมาก องค์กรรัสเซียในประเทศไทยได้นำเชฟจากทั้ง 2 ชาติมาร่วมกันสร้างเมนูอาหารที่ผสมผสานรสชาติของทั้ง 2 ประเทศได้เอร็ดอร่อย

งาน Geography of Russian Taste ได้นำพ่อครัวชาวรัสเซีย คือ เชฟอเล็กซานเดอร์ เรลยัน (Alexander Raylyan) มาสร้างสรรค์เมนูอาหารร่วมกับ เชฟพิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา (เชฟเบลล์) เจ้าของร้าน MIA-Made In Ari


เมนูที่เชฟทั้ง 2 ชาติได้ร่วมมือกันฟิวชั่นเมนูอาหาร ที่ผสมผสานรสชาติระหว่างวัตถุดิบจากดินแดนรัสเซียที่กว้างใหญ่ไพศาล เข้ากับอาหารไทยที่จัดจ้านและกลมกล่อม เช่น
*  เมี่ยงคำทาร์ตไส้ทูน่า บีทรูทดอง และครีมเปรี้ยว
*  ตับปลากับคาเวียร์ดำ
*  แกงอ่อมไก่โรล
*  ซุปบอร์ชกะทิกุ้ง
*  เนื้อย่างจิ้มพริกอ่อน
*  โจ๊กบัควีท หอยเชลล์ ทาร์ทาร์
*  ขนมข้าวเหนียวดำราดซอสมะม่วง และขนมลา
*  มูสมะพร้าว กับแบล็กเคอร์แรนต์


รัสเซียกับประเทศไทยมีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์อย่างมาก รัสเซียมีอากาศที่หนาวเย็น ส่วนประเทศไทยเป็นเมืองร้อน
วัตถุดิบด้านอาหารและรสชาติของทั้ง 2 ประเทศจึงแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่เชฟจากทั้ง 2 ประเทศไทยผสมผสานวัตถุดิบของรัสเซีย เช่น ไข่ปลาคาเวียร์, บัควีท,บีทรูท ให้เข้ากับรสชาติของกะทิ มะนาว พริก

เชฟเบลล์ ซึ่งเป็นที่รู้จักการแข่งขัน MasterChef Thailand Season 5 และได้ผันตัวจากงานด้านการเงิน มาเปิดร้านอาหาร
บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสกับอาหารัสเซียที่แท้จริง อาหารรัสเซียมีรสชาติเปรี้ยว เค็ม มัน ซึ่งแตกต่างค่อนข้างมากจากอาหารไทย ที่มีรสชาติทั้ง 5 ที่โดดเด่น แต่สิ่งที่สามารถเชื่อมโยงอาหารทั้ง 2 ชาติเข้าด้วยกันได้ คือ เอกลักษณ์จากการหมักดอง โดยเฉพาะ ครีมเปรี้ยว ที่ช่วยผสานอาหารจากทั้ง 2 ดินแดนให้เข้ากันได้อย่างกลมกล่อม

เชฟอเล็กซานเดอร์ เรลยัน บอกว่า เขาเคยกินอาหารไทยที่รัสเซีย และเมื่อได้มาถึงเมืองไทย ได้กินอาหารไทยแบบต้นตำรับก็ชอบมาก ทั้งผัดไทย ต้มยำ ต้มข่า โดยเฉพาะกลิ่นและรสชาติของสมุนไพรที่ผสมผสานอยู่ในอาหารไทยได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปเลย

เมื่อขอให้แนะนำอาหารรัสเซียที่น่าจะถูกปากและอร่อยสำหรับคนไทย เชฟชาวรัสเซียภูมิใจนำเสนอ‘ซุปบอร์ช’ อาหารประจำชาติของรัสเซียที่ทำจากหัวบีตรูต ซึ่งทำให้ซุปมีสีแดง แต่ในครั้งนี้ เชฟอเล็กซานเดอร์และเชฟเบลล์ได้ผสมผสานกะทิและมะนาวลงไปในซุปของรัสเซีย


เชฟทั้ง 2 คนเห็นตรงกันว่า อาหารไม่ใช่แค่ของกิน แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม ผู้คน สถานที่ เวลา เข้าด้วยกัน อาหารจึงเป็นความร่วมมือและความสร้างสรรค์ ที่ผู้คนจากประเทศต่าง ๆ เชื่อมสัมพันธ์กันได้อย่างสบายใจ

นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ชาวต่างชาติจำนวนมากคิดว่า คนรัสเซียกินแต่มันฝรั่งและซดวอดก้า แต่ที่จริงแล้ว รัสเซียมีวัฒนธรรมอาหารที่ยาวนานและหลากหลาย เพราะรัสเซียเป็นประเทศที่กว้างใหญ่
มีวัตถุดิบที่หลายหลายในภูมิภาคต่าง ๆ และมีตำรับอาหารที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มาจนถึงปัจจุบัน

ทูตรัสเซียเล่าให้ฟังขำ ๆว่า คนไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศมักจะนำ “มาม่า” (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) ติดตัวไปด้วย เพราะกลัวว่าอาหารจะไม่ถูกปาก แต่คนไทยที่ไปรัสเซียไม่ต้องกินมาม่าเลย เพราะว่าในรัสเซียมีอาหารอร่อย ๆ มากมาย นี่คือ‘การทูตอาหาร’
(Gastronomy Diplomacy)


งาน Geography of Russian Taste ได้แนะนำอาหารรัสเซียให้คนไทยได้รู้จัก และยังเป็นการรำลึกถึงวาระครบรอบ 135 ปี ซึ่งมกุฎราชกุมารนิโคลัส อเล็กซานโดรวิช เดินทางมาเยือนสยามเมื่อปีค.ศ. 1891 และหลังจากนั้นพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ก็ได้เสด็จฯ เยือนรัสเซียในปีค.ศ. 1897 ซึ่งเป็นรากฐานสัมพันธภาพระหว่าง 2 ราชวงศ์ และพัฒนาเป็นความสัมพันธ์ของไทย-รัสเซียที่ยาวนานกว่า 1 ศตวรรษ.