xs
xsm
sm
md
lg

แฉยับ “ท่อส่งน้ำมัน 2 หมื่นล้าน” ถูกดอง พ่อเลี้ยงเจชี้พิรุธ กั๊กโควต้า-บีบเอกชนขาดทุน ส่อเกมฮุบกิจการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พ่อเลี้ยงเจจากดาวอังคาร” เปิดประเด็นร้อน ระบบพลังงานไทย ตั้งข้อสังเกตน้ำมันขาดแคลนไม่ใช่เรื่องขนส่ง แต่โยงการกั๊กโควต้าและการไม่ใช้ท่อส่งน้ำมันเต็มศักยภาพ ทั้งที่รัฐเคยทุ่มงบลงทุนมหาศาล ด้านข้อสงสัยพุ่ง เป้าหมายอาจไม่ใช่แค่บริหารพลังงาน แต่เป็นเกมธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังช่องยูทูบ พ่อเลี้ยงเจจากดาวอังคาร เผยแพร่คลิปวิดีโอ “เฉลย ท่อส่งน้ำมันไทย ทำไมรัฐไม่ใช้แก้น้ำมันขาด” ออกมาเปิดข้อสังเกตเชิงลึกต่อปัญหาน้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ โดยชี้ว่าแท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ปัญหาด้านโลจิสติกส์ แต่เป็น “การบริหารจัดการที่ผิดปกติ”

ในคลิปดังกล่าว ระบุว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนที่เกิดขึ้น อาจมีต้นตอมาจากการ “กั๊กโควต้า” น้ำมันจากคลังและโรงกลั่น ส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวเป็นระยะ ขณะที่มาตรการภาครัฐที่เปิดให้รถขนน้ำมันวิ่ง 24 ชั่วโมง ถูกมองว่าเป็นเพียงการแก้เกมเฉพาะหน้า และอาจเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นจากต้นเหตุที่แท้จริง

จุดที่ถูกตั้งคำถามหนัก คือโครงการท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่เคยได้รับอนุมัติจาก คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อปี 2558 ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง และกระจายน้ำมันสู่ภูมิภาค โดยใช้เงินลงทุนรวมเกือบ 20,000 ล้านบาท ผ่านเอกชน 2 ราย ได้แก่ Thai Pipeline Network ในพื้นที่ภาคอีสาน และ FPT Pipeline ในพื้นที่ภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จมาหลายปี แต่กลับพบว่าการใช้งานจริง “ต่ำเตี้ยผิดปกติ” เมื่อเทียบกับศักยภาพ โดยท่อภาคอีสานรองรับได้ถึง 13 ล้านลิตรต่อวัน แต่ใช้จริงไม่ถึง 4 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ท่อภาคเหนือรองรับ 6 ล้านลิตรต่อวัน แต่มีการใช้งานเพียงราว 600,000 ลิตรต่อวันเท่านั้น

ที่น่าจับตา คือบทบาทของบริษัทพลังงานรายใหญ่ เช่น PTT Public Company Limited และ Bangchak Corporation ซึ่งถูกพาดพิงว่ามีการใช้งานท่อส่งน้ำมันในสัดส่วนต่ำ โดยให้เหตุผลด้านเทคนิค ขณะที่บริษัทน้ำมันรายอื่นกลับสามารถใช้งานระบบท่อได้ตามปกติ

พ่อเลี้ยงเจยังตั้งข้อสังเกตเชิงลึกว่า การไม่ใช้ท่อส่งน้ำมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ อาจทำให้เอกชนผู้ลงทุนต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมต่อเนื่อง จนเข้าสู่ภาวะอ่อนแอทางการเงิน และอาจถูกกดดันให้ขายกิจการในราคาต่ำ ซึ่งถูกมองว่าเข้าข่าย “เกมช้อนซื้อ” ในธุรกิจพลังงาน

ทั้งนี้ ยังมีการเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อยืนยันความโปร่งใส และคลี่คลายข้อกังขาที่กำลังขยายตัวในสังคม