"สตง. เปิดรายงานความคืบหน้ากรณีอาคารสำนักงานแห่งใหม่พังถล่ม เผยผลสอบ 4 สถาบันวิศวกรรมชี้ชัดเกิดจาก 'ความบกพร่องของมนุษย์' ทั้งวัสดุต่ำกว่าเกณฑ์และเหล็กเสริมไม่ได้มาตรฐาน ล่าสุดสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 23 ราย พร้อมจ่ายเยียวยากว่า 129 ล้านบาท ด้าน ครม. สั่งกระทรวงการคลังเกาะติดคดีแพ่ง-อาญา-ปกครอง เพื่อทวงคืนงบประมาณแผ่นดิน"
จากเหตุการณ์ ตึก สตง. ถล่ม (เมื่อช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2568) มาจากการก่อสร้างและวัสดุไม่ได้มาตรฐาน โดยตรวจพบว่าคอนกรีตมีคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ เหล็กเสริมไม่ได้ระยะ และมีการแก้ไขแบบโครงสร้างหลักหลายครั้ง ส่งผลให้โครงสร้างหลัก โดยเฉพาะกำแพงรับแรงเฉือนและปล่องลิฟต์ ไม่สามารถรับแรงบิดจากการสั่นสะเทือน (แผ่นดินไหว) ได้ ทำให้เกิดการวิบัติและถล่มลงมาแบบแพนเค้ก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เพจ “สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน” ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงรายงานความคืบหน้า กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทรุดตัว อันสืบเนื่องมาจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว โดยมีรายละเอียดสำคัญแบ่งเป็น 4 ประเด็นหลักดังนี้
1. สาเหตุและการตรวจสอบทางวิศวกรรม
จากผลการตรวจสอบของ 4 สถาบันวิศวกรรมชั้นนำ พบว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มี "ความบกพร่องของมนุษย์" ร่วมด้วย
จุดเริ่มต้น การพังถล่มเริ่มที่ชั้น 1-4 เนื่องจากแรงเฉือนจากแผ่นดินไหว
ความบกพร่อง คอนกรีตมีค่ากำลังต่ำกว่าเกณฑ์, แบบรายละเอียดไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร (รับแรงได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น), และการฝังเหล็กเสริมที่จุดต่อ (Link Beam) อ่อนแอไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
2. การดำเนินคดีและบทลงโทษ
มีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้เกี่ยวข้อง
ศาลอาญา สั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย (ทั้งบุคคลและนิติบุคคล) ในข้อหาออกแบบ/ควบคุม/ก่อสร้างไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และปลอมเอกสาร
DSI สอบสวนความผิดเรื่องการใช้ "นอมินี" (พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว)
ป.ป.ช. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
สัญญาจ้าง สตง. ได้ บอกเลิกสัญญา จ้างก่อสร้างและสัญญาจ้างควบคุมงานแล้ว
3. การเยียวยาและความเสียหาย
มีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 129,855,093 บาท โดยมาจากหลายส่วน
เงินช่วยเหลือจากกระทรวงมหาดไทย และกรมคุ้มครองสิทธิฯ
เงินมนุษยธรรมจากบริษัทผู้รับจ้าง
เงินบริจาคจากบุคลากร สตง.
การเรียกคืน อยู่ระหว่างเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัย และแจ้งธนาคารผู้ค้ำประกันให้ชำระเงินตามหลักประกัน
4. สถานะปัจจุบันและมติครม.
คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) เข้ามาติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
• ตรวจสอบการยกเลิกสัญญาโครงการให้ถูกต้องต่อเนื่อง
• ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐและงบประมาณที่สูญเสียไป
ทั้งนี้ พบว่ามีชาวเน็ตจำนวนมาก เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ ถึงคำชี้แจงของ “สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นจำนวนมาก เช่น
ทรุดตัว กล้าเขาเรียกถล่มคะ แห่งเดียวในโลกห่างกัน 2,000km จุดศูนย์กลาง ดีแต่ตรวจคนอื่น ความผิดตัวเองเล็กน้อย จริงๆแล้วประกาศเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยคะ องค์กรโปร่งใส
ได้แต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พอถึงคราวตนเองกลับตรวจสอบหาข้อเท็จจริงไม่ได้ หาคนผิดไม่ได้ แบบนี้อย่าไปตรวจสอบคนอื่นเลย เสียดายงบประมาณแผ่นดินจริงๆ
กดถูก k ได้มั้ย
ถล่มค่ะ ไม่ทรุด
ทรุดสลายหายไปกับซากปรักหักพัง ไม่ใช่แค่อาคาร แต่คือ เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความน่าเชื่อถือ ที่ไม่หลงเหลืออะไรไว้อีกแล้ว
ใช้คำว่า"ทรุดตัว" บ๊ะ!!!!!!
มีที่เดียวที่ถล่ม อายไหม อายไหม
2เรื่อง
…ทำไมให้คะแนนบริษัทออกแบบนี้สูง
…ทำไมแก้งวดงานให่ผรม.ได้เงินก่อนสัญญาทำให้งบประมาณเสียหายมากกว่า
อย่างไรก็ตาม พบว่า ดร. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมขนส่ง ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่า
“ไม่ใช่ละ! สตง. ดันบอกว่า “ทรุดตัวอันสืบเนื่องมาจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว“ แต่ความเป็นจริงคือ: ผิดพลาดจากการออกแบบและ/หรือก่อสร้าง ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องสามารถรองรับแผ่นดินไหวในระดับที่เกิดขึ้นได้ (เห็นๆ กันอยู่ว่าถล่มเละอยู่ตึกเดียว)”


