“ดร.เลอพงษ์ ซายิด” นักวิชาการด้านตะวันออกกลาง ออกโรงแฉขบวนการปั่นเฟกนิวส์สื่อตะวันตก กรณีทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านขอลี้ภัยในออสเตรเลีย ชี้แท้จริงถูกกักตัว-หว่านล้อมหนักที่สนามบิน พร้อมเผยนาทีระทึกกลุ่มต่อต้านขับรถพุ่งชนบัสสกัดไม่ให้กลับประเทศ ก่อนแข้งสาวใจเพชรปฏิเสธทุกข้อเสนอ ยืนยันขออยู่เคียงข้างแผ่นดินเกิดอย่างสมเกียรติ
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ดร.เลอพงษ์ ซายิด นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามศึกษาและสถานการณ์ตะวันออกกลาง ออกมาโพสต์ข้อความ ประเด็นข่าวการบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านในการแข่งขันที่ออสเตรเลีย ชี้ ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านเดินทางกลับถึงประเทศอย่างปลอดภัยและได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ โดยนักกีฬายืนยันความรักในแผ่นดินเกิดเหนือสิ่งอื่นใด ขณะที่ข้อเท็จจริงเหล่านี้กลับถูกสื่อตะวันตกละเลยไม่นำเสนอ ทั้งนี้ ดร.เลอพงษ์ ได้ระบุข้อความว่า
“สรุปดราม่าทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน
หลังจากสื่อตะวันตกพยายามปั่นข่าวทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านไม่กล้ากลับประเทศขอลี้ภัยในออสเตรเลีย ด้วยการสร้างดราม่าเฟกนิวส์ตามถนัด เริ่มจากปั่นข่าวนักบอลอิหร่านไม่ยอมร้องเพลงชาติในเกมเปิดสนามที่เจอกับเกาหลีใต้ ทั้งที่ผู้ติดตามฟุตบอลจะเข้าใจดีว่าในแต่ละแมตช์ทีมชาติ การที่นักบอลจะร้องหรือไม่ร้องเพลงชาติเป็นเรื่องปกติสากล ไม่มีใครหยิบยกเอาเรื่องไร้สาระนี้มาเป็นประเด็น แต่สื่อตะวันตกสากกะเบือรีบสร้างสตอรี่ว่านักบอลอิหร่านได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐบาล
แต่ที่พีคคือ 2 นัดถัดมาที่เจอกับออสเตรเลียและฟิลิปปินส์ นักบอลอิหร่านพร้อมใจกันร้องเพลงชาติพร้อมทำท่าวันทยหัตถ์เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับกองทัพและคนในชาติที่อยู่ในภาวะสงคราม สื่อพวกนี้กลับเงียบไม่รายงานข่าว
หลังจากนั้นออสเตรเลียได้เสนอนักบอลเหล่านี้ให้ลี้ภัยในลักษณะโน้มน้าวว่า ที่อิหร่านกำลังมีสงคราม ถ้ากลับไปอันตรายแน่ อยู่ที่นี่ดีกว่า โดยนักฟุตหญิงอิหร่านเปิดใจว่า โดนเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียที่สนามบินกักตัว ถามคำถามแปลกๆ ที่ถูกเตรียมมา และหว่านล้อมอย่างหนักไม่ให้เดินทางกลับประเทศ
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือเพื่อต้องการนำเอานักบอลเหล่านี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเมืองระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือทำลายความชอบธรรมอิหร่าน เล่นประเด็นละเมิดสิทธิสตรี มุขเก่าฝืดๆที่ชาติฝรั่งหัวทองพวกนี้ใช้หากิน
อย่างไรก็ตามความพยายามอัปยศนี้ไม่เป็นผล นักฟุตบอลและสตาฟโค้ชอิหร่านทั้งหมดเลือกเดินทางกลับแผ่นดินเกิด เหลือเพียง 2 คนเท่านั้นที่ขออยู่ดูสถานการณ์ก่อนยังไม่กลับ ซึ่งเมื่อทีมฟุตบอลอิหร่านเลือกกลับบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ กลุ่มผู้สนับสนุนเจ้าชายกำมะลอที่พำนักในออสเตรเลีย ที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย MKO ที่ทางการอิหร่านต้องการตัว ได้เข้าติดตามข่มขู่คุกคามนักบอลหญิง
โดยเฉพาะระหว่างทางไปสนามบินกลุ่มเครือข่ายล้มรัฐบาลอิหร่านพวกนี้ขับรถพุ่งชนรถบัสเพื่อสกัดไม่ให้ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านเดินทางกลับบ้านเกิด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของนักบอลและเจ้าหน้าที่บนรถ แต่ท้ายที่สุดก็เดินทางกลับสู่บ้านเกิดอย่างปลอดภัย และได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติจากชาวอิหร่าน
นักบอลหญิงคนหนึ่งกล่าวว่าจะให้แลกเส้นผมของพ่อแม่เธอกับทวีปอเมริกาและออสเตรเลียทั้งทวีป ยังไม่เอาเลย
ข้อเท็จจริงเหล่านี้สื่อตะวันตกสากกะเบือไม่เคยนำเสนอครับ และไม่ทราบว่าสื่อไทยได้เสนอข่าวเหล่านี้ให้คนไทยรับรู้บ้างหรือเปล่า หรือเลือกเสนอเฉพาะข่าวที่เป็นลบกับอิหร่านและชาติตะวันออกกลาง พอความจริงปรากฎก็เงียบหายแยกย้ายไปหาเฟกนิวส์อื่นมานำเสนอต่อ“


