MGR Online: ทูตอิหร่านเข้าพบ‘สีหศักดิ์’ รับปากประสานช่วยเหลือ 3 ลูกเรือ‘มยุรีนารี’ ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม แต่สหรัฐฯ และอิสราเอลระเบิดถล่มตลอด ทำให้สถานการณ์ยากลำบาก
นายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เข้าพบกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยนายสีหศักดิ์ได้ย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” และการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
ทูตอิหร่านฯ กล่าวว่า ได้แจ้งให้ทางการอิหร่านทราบคำขอดังกล่าวแล้ว โดยในหลักการทางการอิหร่านยินดีให้ความช่วยเหลือทั้งสองข้อ ในเรื่องของช่วยเหลือลูกเรือ ‘มยุรีนารี’อิหร่านกำลังประสานงานกับโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือและลากจูงเรือลำดังกล่าว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการทิ้งระเบิดอย่างไม่เลือกหน้าบริเวณชายฝั่งโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ทำให้ปฏิบัติการนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก จึงแนะนำว่าให้กองทัพเรือไทยประสานงานกับหน่วยยามฝั่งของโอมาน และประสานต่อไปยังหน่วยยามฝั่งของอิหร่านผ่านทางกองทัพเรือโอมาน
นายฮัยแดรีได้อธิบายถึงการรุกรานที่โหดร้ายและผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยกล่าวว่า ตามกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 51 อิหร่านมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง และประเทศในภูมิภาคบางแห่งก็ได้มีส่วนร่วมในการรุกรานครั้งนี้ด้วยการยอมให้สหรัฐอเมริกาใช้ดินแดนเพื่อบุกรุกและโจมตีอิหร่าน อิหร่านจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง
ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาโดยมีโอมานเป็นตัวกลาง ฝ่ายผู้รุกรานได้ทรยศต่อการเจรจาและอิหร่านได้ถูกโจมตี ความอดทนอดกลั้นของอิหร่านมีขีดจำกัด และเรามีความจำเป็นต้องป้องกันตนเอง
ทูตอิหร่านกล่าวว่า ผู้รุกรานต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทำลายล้างอิหร่าน และการทำให้ประเทศของเราแตกสลาย ซึ่งพวกเขาได้ก่ออาชญากรรมมากมาย ทั้งการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของประเทศ, โจมตีโรงเรียนเด็กหญิงในเมืองมินาบ และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน
ส่วนประเด็นการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือพาณิชย์ไทย รัฐมนตรีสองฝ่ายได้หารือร่วมกันแล้ว ทูตอิหร่านเห็นด้วยว่าไทยในฐานะมิตรประเทศควรได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้จะไปติดตามให้ทางการมีความเห็นตอบกลับโดยเร็ว
นายสีหศักดิ์ รมต.ต่างประเทศ ได้ย้ำท่าทีของไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านได้ร้องขอให้ไทย รวมถึงประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว.


