ผู้นำอิสราเอลเผยยอมชะลอโจมตีเป้าหมายพลังงานอิหร่านตามคำขอของ ปธน.สหรัฐฯ หลังปฏิบัติการถล่มแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส ขณะอิหร่านยังคงโจมตีโครงสร้างพลังงานประเทศเพื่อนบ้าน ดันราคาพลังงานโลกพุ่ง
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ร้องขอให้อิสราเอลงดการโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอีก ซึ่งอิสราเอลยินดีปฏิบัติตาม
ผู้นำอิสราเอลยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีโรงงานแปรรูปที่เกี่ยวข้องกับแหล่งก๊าซ “เซาท์พาร์ส” ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของโลกนั้น เป็นการดำเนินการโดยอิสราเอลเพียงฝ่ายเดียว
“ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้เราชะลอการโจมตีในอนาคต และเราก็กำลังดำเนินการตามนั้น” เนทันยาฮูกล่าวในการแถลงข่าว
ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวนับเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมา อิสราเอลมุ่งเป้าไปที่คลังเชื้อเพลิงของอิหร่านเป็นหลัก และยังหลีกเลี่ยงการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซโดยตรง
อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ทางการกาตาร์เปิดเผยว่า ศูนย์กลางพลังงานหลักของประเทศที่ราสลัฟฟานได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนก๊าซในระดับโลกในระยะยาว
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีแนวโน้มตึงเครียดต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าการเผชิญหน้าระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอาจลุกลามและกระทบเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกในวงกว้าง


