“หมอยง” โพสต์เตือนพบการระบาดของ ไข้กาฬหลังแอ่นในกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาที่อังกฤษ คร่าชีวิตแล้ว 2-3 ราย ย้ำชัดใครเตรียมบินไปเรียนต่อหรือ Work and Travel ต้องฉีดวัคซีนล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน ชี้โรคนี้รุนแรงเร็ว รักษาไม่ทันอันตรายถึงชีวิต
วันนี้ (18 มี.ค.) เฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” ของ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ถึงการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในเด็กมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในอังกฤษ
เผยว่า “โรคระบาดที่เมือง Kent ในประเทศอังกฤษมีการระบาดของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตรวจพบเชื้อว่าเป็น Meningococcal disease หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่าไข้กาฬหลังแอ่น ที่เรียกแบบนี้ก็แปลตามตัวคือมีไข้ และคำว่ากาฬ แปลว่าดำหรือรุนแรง เพราะมีผื่นขึ้นซึ่งเป็นผื่นคล้ายจุดเลือดออกขนาดใหญ่หรือจ้ำเลือด และมีอาการรุนแรง ส่วนหลังแอ่นเป็นอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่มีคอแข็ง (stiff neck) หลังแอ่น เลยเรียกชื่อโรคตามอาการ
ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา การระบาดของโรคมักจะเกิดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยหรือสถานที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันมากๆ จึงเป็นข้อบังคับใครจะไปเรียนที่ยุโรปเช่นอังกฤษ หรืออเมริกา จำเป็นที่จะต้องให้วัคซีนก่อนเดินทางไปเสมอ และควรให้ก่อนอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง
โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีอาการค่อนข้างเร็ว และรุนแรง ถึงแม้จะมียาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษา ถ้าเป็นรุนแรงอาจจะให้ยาไม่ทันและทำให้เสียชีวิตได้ อย่างในการระบาดครั้งนี้ของอังกฤษมีผู้เสียชีวิต 2-3 รายซึ่งเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่สำคัญคือผู้สัมผัสโรคจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคร่วมด้วย จึงมีนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากที่อยู่ในข่ายสัมผัสโรค สร้างความวุ่นวายมากพอสมควรในการระบาดแต่ละครั้ง
เชื้อนี้มีหลายซีโรไทป์ เช่น A, B, C, W, Y สำหรับในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบบ่อยเป็นสายพันธุ์ serotype B การเดินทางไปต่างประเทศสำหรับนักเรียน โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม ที่จะต้องไปอยู่เป็นกลุ่มก้อน หรือไปเรียนช่วงปิดเทอม work & travel มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง วัคซีนที่ใช้ในภาคบังคับที่จะไปเรียนทางประเทศตะวันตกส่วนใหญ่จะเป็น 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ ACWY ในปัจจุบันสายพันธุ์ type B ก็มีการพัฒนาวัคซีนใช้แล้ว แต่เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้พบบ่อยในประเทศไทย จึงยังไม่ได้มีการนำวัคซีนมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ก็ควรต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการระบาดเป็นกลุ่มก้อน”


