พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจาก โรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังยังหอคำ เพื่อทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ โดยมี นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุลิด ภริยา เฝ้ารับเสด็จ ณ หอคำ นครหลวงเวียงจันทน์
วันที่ 17 มี.ค.69 เวลา 09.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจาก โรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังยังหอคำ เพื่อทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ โดยมี นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุลิด ภริยา เฝ้ารับเสด็จ ณ หอคำ นครหลวงเวียงจันทน์
“หอคำ” เป็นศัพท์ภาษาลาวที่ใช้เรียกพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ลาวในอดีต ปัจจุบันใช้เป็นทำเนียบประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
หอคำสร้างขึ้นตามข้อริเริ่มของรัฐบาลชั่วคราวแห่งชาติลาว ในสมัยราชอาณาจักรลาว เมื่อปี 2517 บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นพระราชวังในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง ภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมื่อปี 2518 เจ้าสุพานุวง ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว คนแรก มีดำริให้ก่อสร้างหอคำจนแล้วเสร็จในปี 2529 เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของประธานประเทศ และใช้รับรองแขกบ้านแขกเมืองและบุคคลสำคัญของประเทศ
สถานที่แห่งนี้มิได้มีเพียงสถาปัตยกรรมอันงดงาม ตามแบบพระตำหนักตริอานง (Trianon) ในพระราชวังแวร์ซาย สาธารณรัฐฝรั่งเศส หากยังบันทึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ไว้อีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8-9 เมษายน 2537 หอคำเคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ เพื่อทรงร่วมพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1(หนองคาย–เวียงจันทน์)
ในโอกาสนั้นอดีตประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ได้จัดพิธีรับเสด็จและพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เพื่อถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติและอบอุ่น ฝ้ายผูกข้อพระกรในวันนั้น เปรียบเสมือนสายใยที่ถักทอความเอื้ออาทร และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองแผ่นดิน


