เผยเคสตัวอย่างการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ 9 วัน ได้ยอดเกือบ 30,000 บาท หลังถูกคู่กรณีเล่นแง่เสนอจ่ายเพียงวันละ 500 บาท เจ้าของโพสต์แชร์ยิบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การงัดหลักฐานกล้องหน้ารถสู้ข้อหา "ประมาทร่วม" ไปจนถึงเทคนิคการร้องเรียน คปภ. ที่ช่วยให้จบเรื่องไวใน 9 วัน ย้ำชัดต้องเป็นฝ่ายถูกและเอกสารต้องแน่น!
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เพจ "SchauMal & SchMil แชล มิล ชิล" ออกมาโพสต์ข้อความในประเด็น "เทคนิคการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ" เพื่อไม่ให้ถูกบริษัทประกันเอาเปรียบ โดยระบุถึงเงื่อนไขสำคัญ: ต้องเป็น "ฝ่ายถูก" เท่านั้น และแนะนำให้มีกล้องหน้ารถเพื่อเป็นหลักฐานป้องกันการโดนบิดเบือนว่าเป็นประเด็น "ประมาทร่วม" ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า
"วันนี้ยาวมากค่ะ
วันนี้เงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เพิ่งโอนเข้ามา ยอดเกือบ 30,000 บาท /9 วัน หลังจากไปร้องเรียนที่ คปภ. เลยอยากจะเอามาแชร์เป็นความรู้ให้เราไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทประกันวินาศภัยค่ะ คิดว่าเป็นประโยชน์ที่หลายบ้านไม่รู้ หยกคิดว่าทุกบ้านที่มีรถยนต์ควรรู้ เพราะเด็กๆ ต้องใช้ตลอด ถ้าไม่มีรถ ใช้ชีวิตลำบากมากค่ะ
■ เล่ารายละเอียด
■ ค่าขาดประโยชน์คืออะไร ได้ตอนไหน ยังไง
■ ยื่นขอยังไง
■ การร้องเรียน คปภ.
■ การเจรจา
■ หากเจรจาไม่จบ ยื่นฟ้อง
ทุกคนจำทริปตราดได้มั้ย ขากลับ เราโดนรถชนในปั๊มน้ำมันขณะจอดรถอยู่เฉยๆ เพื่อเข้าห้องน้ำค่ะ ก็เรียกประกันตามปกติ สิ่งแรกที่เจอ ประกันคู่กรณีมาเจรจากับประกันเราว่า ให้ "ประมาทร่วม" คือผิดทั้งคู่ เพราะเราชนในที่เอกชน พวกเราไม่ยอมเถียงชนฝาว่าเราไม่ได้เคลื่อนที่ เราไม่ผิดสิ และเรามีกล้องบันทึกหน้าหลัง เราจอดเฉยๆ รถถอยมาชนเอง หลังจากชนะด้วยกล้อง เลยได้ใบเคลมออกมาค่ะ หยกก็เอารถเข้าเคลม ทำสี ตามปกติ แต่บ้านเรามีรถคันเดียว จำเป็นต้องใช้พาแชลมาลหาหมอช่วงเป็นตับอ่อนอักเสบ เลยเช่ารถมาขับ เพราะรู้ว่าเราสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ จาก บ.ประกันคู่กรณีได้
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือค่าส่วนรับผิดชอบ ของประกันคู่กรณีเวลาเกิดอุบัติเหตุ และเราเป็น #ฝ่ายถูก ตามกฎหมายระบุว่า ไม่ #ต่ำกว่า 500 บาท แต่ในความเป็นจริง บ.ประกันมักเล่นแง่ ให้ที่ #ไม่เกิน 500 บาท แทน ซึ่ง บ.คู่กรณีเราก็เช่นกัน แล้วจะทำยังไงให้ได้มากกว่า 500 บาท?
ยื่นเอกสารเรียกร้องยังไง?
เมื่อรถซ่อมเสร็จ ให้เตรียม
- เอกสารใบรับรถ เพื่อยืนยันจำนวนวันที่ซ่อม
- สำเนาทะเบียน, บัตรประชาชน, หน้าบัญชี
- ใบเสร็จเช่ารถ จากบริษัทเช่ารถโดยเฉพาะ
- เอกสารเพิ่มเติม
ยื่นที่ บ.ประกันคู่กรณี ต้องโทร.ถามเองค่ะ บางที่ยื่นที่บริษัท บางที่ยื่นทางอีเมล แล้วแต่ หยกรู้อยู่แล้วว่า บ.คู่กรณีเรา จะจ่ายแค่วันละ 500 บาทเท่านั้น เลยเตรียมเอกสารทุกอย่างพร้อม ไม่ว่าจะเป็น
- ใบเทียบราคา บ.รถเช่า ว่าเราหาถูกที่สุดแล้ว
- ใบเสร็จการหาหมอทั้งหมอคน และหมอหมา
- หนังสือชี้แจงความจำเป็นในการใช้รถ
วันแรกไปยื่นที่ บ.คู่กรณี เจ้าหน้าที่เจรจา ให้วันละ 500 บาท (ตามคาด) เรามีหน้าที่บอกว่า ไม่ยอม ไม่จบ เจ้าหน้าที่จะทำเรื่อง ส่งเอกสารไปให้ บ.พิจารณา รอไป 2-3 วัน มีอีเมล ตอบกลับมาว่า ให้แค่ 500 บาท /9 วัน =4,500 บาท เลยเข้าสู่การร้องเรียน คปภ. ค่ะ ไปที่ คปภ.เองเลย ได้ทุกที่ใกล้บ้าน แจ้งว่ามาร้องเรียนค่าขาดประโยชน์ คปภ.จะทำเรื่อง และโทร.เจรจากับ บ.คู่กรณีให้ ตอนนี้ คปภ.เดินมาบอกว่า จบที่ 500 ยอมมั้ย หยกตอบเหมือนเดิมค่ะ ไม่ยอม เจ้าหน้าที่ก็ทำเรื่องไป ได้เอกสารมาอีก 1 แผ่น กลับบ้านไม่ถึง 2 ชั่วโมง มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันโทร.มา ถามว่าจบที่วันละ 1,000 มั้ย หยกตอบเหมือนเดิมค่ะ ไม่จบ
เจ้าหน้าที่จะคุยถึงความจำเป็นในการใช้รถ เราก็ตอบตามจริงค่ะ และยืนยันยอดที่ต้องการคือยอดค่าเช่ารถ เจ้าหน้าที่จะพูดแนวๆ งั้นต้องนัดเจรจาที่ คปภ.อีกรอบ หยกตอบได้เลย ว่าง ไปได้ หายไป 3 วัน เจ้าหน้าที่คนเดิมโทร.กลับมา อนุมัติแล้วตามใบเสร็จนะครับ มาทำเรื่องที่บริษัทเพื่อรับเงินได้เลย
คำถาม ถ้าไม่จบ ไปเจรจาแล้วยังไงต่อ?
ถ้าไปเจรจามักจะจบค่ะ ถ้าไม่จบ เรามีหน้าที่ยื่นฟ้อง แล้วไปไกล่เกลี่ยในศาลค่ะ ซึ่ง บริษัทมักไม่ยอมให้ถึงศาลหรอก เพราะเขาผิดจริงๆ จากการตีความว่าไม่ต่ำกว่าวันละ 500 มันไม่ใช่ต้องจ่ายแค่ 500 บาท/วันค่ะ
สิ่งที่ต้องมีให้พร้อมถ้าจะเรียกร้องเรื่องนี้ ดอกจันตัวโตๆ เราต้องเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น
● ความซื่อสัตย์ เราต้องเช่ารถให้ตรงตาม segment รถเรา ไม่เช่า segment ที่สูงกว่าความเป็นจริง
● เช่ารถกับบริษัทรถเช่าเท่านั้น ห้ามเช่าจากเพื่อน คนรู้จักหรือที่ให้เช่าแบบบุคคล ต้องเป็นบริษัท มีใบเสร็จรูปแบบบริษัท
● เอกสาร หลักฐาน ความจำเป็น
● เวลา เพราะการไปยื่นเอกสาร ไปร้องเรียน ต้องมีเวลา ที่จะมาเสียไปเฉยๆ
ระยะเวลาทั้งหมดที่ยื่นเอกสารเบิกครั้งแรก จนถึงวันที่ได้เงินโอน คือ 9 วันถ้วนค่ะ ใช่ค่ะ แค่ 9 วันเอง อันนี้บางบริษัทก็ง่ายมากๆ บางบริษัทก็ยากมากๆ แล้วแต่บริษัทเลยนะคะ แล้วแต่ดวงของเรา แต่อย่างหนึ่งหลังเกิดเรื่องนี้คือ หยกยกเลิก ประกันทุกฉบับที่เรามีกับบริษัทนี้เลย เพราะแค่ส่วนเล็กๆ ที่ถูกต้องนี้ ยังทำให้มันยาก ประกันส่วนอื่นๆ หากต้องเคลมจริงๆ เราไม่รู้เลยว่ามันจะยากแค่ไหน ยกเลิกไปเลยสบายใจกว่าค่ะ ใครเคยเจอ ปสก.นี้ เคลมกันได้ ไม่ได้ มาแชร์ได้นะคะ เด็กๆ ต้องมีรถอะ ไม่งั้นก็ออกจากบ้านไม่ได้เลย สุดท้ายนี้ ไม่เกิดอุบัติเหตุ ดีที่สุดค่ะ"


