xs
xsm
sm
md
lg

กรมอนามัยเตือน! โลกร้อนคร่า 10 ล้านชีวิต/ปี ชูแนวคิด “สุขภาวะยั่งยืน” รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ชู แนวคิดการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน ผ่านการปาฐกถาหัวข้อ “การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Building Sustainable Wellness Under Climate Change)” ชวน บุคคลและหน่วยงานดีเด่นที่ได้รับพระราชทานรางวัล Princess Health Award ร่วมอภิปราย “ความสำเร็จสู่เส้นทางงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม” ในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (16 มี.ค.) แพทย์หญิง อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์โลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นและเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีประชากรกว่า 38 ล้านคนทั่วโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากโรคที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยกว่า 8 ล้านคนต่อปี รวมถึงมีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดประมาณ 2.4 ล้านคนต่อปี

“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์หลายด้าน ทั้งสิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิในการเข้าถึงน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาล รวมถึงความมั่นคงทางอาหารและที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ผลกระทบด้านสุขภาพ พบว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดด ภาวะขาดน้ำ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่มลพิษทางอากาศส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจและโรคปอดเรื้อรัง นอกจากนี้ ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและพายุ ยังส่งผลต่อระบบสาธารณสุข การเข้าถึงบริการสุขภาพ ความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำ การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนในยุค Climate Change จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่หลายมิติ ทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถปรับตัวและดูแลสุขภาพตนเองได้ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น เมืองสุขภาพดี อาหารปลอดภัย น้ำสะอาด และสิ่งแวดล้อมปลอดมลพิษ รวมถึงการเสริมความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข กรมอนามัยจึงนำเสนอและแลกเปลี่ยนความสำเร็จของผู้ได้รับ Princess Health Award ในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำเสนอประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพเมือง ผลงานสำคัญ เช่น การเปิดคลินิกมลพิษทางอากาศ PM 2.5 โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น โครงการตรวจสุขภาพเชิงรุก 1 ล้านคน กิจกรรม วิ่งล้อมเมืองใน 50 เขต เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน และผลักดันความก้าวหน้าในสายงาน นักฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในเมืองใหญ่

ศาสตราจารย์ ดร.วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานด้านความรอบรู้สุขภาพ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค และการพัฒนานวัตกรรม “ชุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กสองภาษา (ไทย-พม่า)” โครงการวิจัย “การดำเนินยุทธศาสตร์ที่ชุมชนเป็นผู้นำเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในพื้นที่ภาคตะวันออกของเมียนมา” รวมถึงการผลักดันการเผยแพร่งานด้านการส่งเสริมสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายแพทย์ อดุลย์ เร็งมา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนราธิวาส ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาโรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) โดยมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาและการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย ภายใต้แนวคิด “รมณียสถานเพื่อการเยียวยา” ที่เน้นการออกแบบพื้นที่และสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลให้เป็นธรรมชาติ ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้รับบริการ