คลิปวิเคราะห์จากช่อง “พ่อเลี้ยงเจจากดาวอังคาร” ตั้งข้อสังเกตสถานการณ์น้ำมันในประเทศ หลังประชาชนต่อคิวเติมยาวหลายพื้นที่ ทั้งที่รัฐบาลยืนยันสต๊อกน้ำมันไทยมีเพียงพอใช้กว่า 100 วัน พร้อมชี้ปมระบบขนส่งและท่อส่งน้ำมันที่ถูกใช้ต่ำกว่าศักยภาพ พร้อมเรียกร้องหน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. คลิปวิดีโอจากช่อง “พ่อเลี้ยงเจจากดาวอังคาร” เผยแพร่การวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันในประเทศไทย โดยตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งระหว่างคำชี้แจงของภาครัฐกับภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ ซึ่งประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด และบางปั๊มมีการจำกัดการเติมน้ำมัน
“พ่อเลี้ยงเจ” ระบุว่า รัฐบาลและทีมเศรษฐกิจเคยออกมาแถลงยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ราว 100 วัน และถือเป็นประเทศที่มีสต็อกน้ำมันในระดับสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารบริษัทน้ำมันบางรายได้ให้เหตุผลว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากรถขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ ทำให้ต้องจำกัดการจำหน่ายน้ำมันในปั๊มบางแห่ง
อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวตั้งข้อสังเกตถึงระบบโลจิสติกส์ด้านพลังงานของประเทศ โดยชี้ว่ารัฐบาลได้ลงทุนสร้างระบบท่อส่งน้ำมันเพื่อกระจายน้ำมันไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เส้นทางสระบุรี–ขอนแก่น และพระโขนง–ลำปาง เพื่อลดการพึ่งพารถขนส่ง ลดต้นทุน และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน
ข้อมูลในคลิปวิดีโอจากช่อง “พ่อเลี้ยงเจจากดาวอังคาร” อ้างว่า ท่อส่งน้ำมันไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีศักยภาพรองรับได้ประมาณ 13 ล้านลิตรต่อวัน กลับมีการใช้งานจริงเพียงราว 4 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ท่อส่งไปภาคเหนือซึ่งรองรับได้ประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน กลับถูกใช้งานจริงเพียงประมาณ 6 แสนลิตรต่อวันเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามว่าหากปัญหาหลักคือการขาดแคลนรถขนส่ง เหตุใดระบบท่อส่งน้ำมันที่มีอยู่จึงไม่ได้ถูกใช้เต็มประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ “พ่อเลี้ยงเจ” ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ของผลประโยชน์ทับซ้อนในระบบธุรกิจขนส่งน้ำมัน โดยชี้ว่าสัมปทานหรือเครือข่ายรถขนส่งอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ทำให้บริษัทพลังงานยังคงพึ่งพาการขนส่งทางรถมากกว่าการใช้ท่อส่งน้ำมัน
ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งข้อสงสัยว่าการจำกัดการจำหน่ายน้ำมันในบางช่วงเวลา อาจเป็นการชะลอสถานการณ์เพื่อรอการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำมันของประเทศ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและลดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้พลังงาน


