xs
xsm
sm
md
lg

บุหรี่เถื่อนพุ่ง ไทยสูญภาษีกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี สมาคมธุรกิจอาเซียน-ยุโรปแนะต้องยกระดับนโยบาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายงานเชิงนโยบายของ EU-ASEAN Business Council หัวข้อ ขับเคลื่อนการดำเนินการของอาเซียนเพื่อต่อต้านการค้าผิดกฎหมาย: แผนยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับ PED สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ในปี 2026 ระบุว่า ปัญหาการค้าผิดกฎหมาย (Illicit Trade) กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีการเชื่อมโยงด้านการค้าและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้การเปิดเสรีทางการค้าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เปิดช่องให้เครือข่ายการลักลอบนำเข้าสินค้าและการค้าผิดกฎหมายขยายตัวตามไปด้วย
การค้าผิดกฎหมายจึงถือเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจของอาเซียน ที่อาจกระทบต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และธรรมาภิบาลของประเทศในภูมิภาค ซึ่งนอกจากสินค้าอุปโภคบริโภค ยา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สินค้าเกษตร น้ำมันแล้ว อีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการค้าผิดกฎหมายมากที่สุดคือ “บุหรี่” ซึ่งกำลังกลายเป็นตลาดผิดกฎหมายที่เติบโตเร็วในหลายประเทศของอาเซียน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับสูง

ในรายงานของ EU-ASEAN Business Council จึงแนะแนวทางแก้ปัญหาว่าต้องมีการยกระดับมาตรการเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงการปราบปรามเท่านั้น แต่ต้องพัฒนากลไกเชิงโครงสร้างควบคู่กันไป ซึ่งแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาการค้าผิดกฎหมายในอาเซียนที่ได้มีการนำเสนอ เช่น

• เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับการค้าผิดกฎหมาย โดยเน้นที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงาน และพัฒนาตัวชี้วัดความเสี่ยงร่วมกัน 
• การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน เช่น ระบบติดตามสินค้าแบบดิจิทัล (Digital Traceability) การเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ ASEAN Single Window หรือการใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงในการตรวจสอบสินค้า 
• ประเทศสมาชิกควรพัฒนากรอบกฎหมายและการกำกับดูแลให้สอดคล้องกันมากขึ้น เช่น การกำหนดระบบใบอนุญาตสำหรับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และผู้จัดจำหน่ายการจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การกำหนดให้สินค้าต้องระบุตลาดปลายทางอย่างชัดเจน และการเพิ่มบทลงโทษต่อการค้าผิดกฎหมายขนาดใหญ่

หนึ่งในตัวอย่างของเรื่องนี้คือฟิลิปปินส์กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ส่งออกต้องมีเครื่องหมายภาษีและข้อกำกับตามกฎหมายของประเทศปลายทาง ตามกฎหมาย Republic Act No. 10643 โดยบรรจุภัณฑ์ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดปลายทางก่อนการส่งออก ซึ่งมาตรการนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนเส้นทางสินค้าและการรั่วไหลเข้าสู่ตลาดอื่น รวมถึงช่วยป้องกันการค้าผิดกฎหมายและเพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์การค้าผิดกฎหมายก็สอดคล้องกับแนวโน้มในหลายประเทศของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเรื่องของบุหรี่เถื่อนที่ไทยกำลังเผชิญกับการขยายตัวของตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างรวดเร็ว กระทบรายได้ภาษีรัฐ การแข่งขันทางธุรกิจ เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและความปลอดภัยของผู้บริโภค ข้อมูลการศึกษาล่าสุดของอุตสาหกรรมระบุว่า บุหรี่เถื่อนคิดเป็นประมาณ 25% ของการบริโภคบุหรี่ทั้งหมดในประเทศ ส่งผลให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ภาษีสูงถึงเกือบ 30,000 ล้านบาทต่อปี

การเพิ่มขึ้นของบุหรี่ผิดกฎหมายส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากบุหรี่เถื่อนมักมีราคาถูกกว่าสินค้าที่เสียภาษีอย่างถูกต้องอย่างมาก ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด นอกจากนี้ เครือข่ายการค้าบุหรี่เถื่อนจำนวนมากยังมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลหรือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย การสำแดงข้อมูลเท็จ หรือการลักลอบขนส่งผ่านประเทศที่สาม ก่อนกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ

ด้วยเหตุนี้ การปราบปรามบุหรี่เถื่อนจึงกลายเป็นวาระสำคัญของภาครัฐ เห็นได้จากการที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ไปแถลงข่าวปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ที่ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ สามารถยึดของกลางได้กว่า 20 ล้านมวน และมีมูลค่าค่าปรับรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ด้วยตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงขนาดของปัญหาและความพยายามของหน่วยงานรัฐในการกวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำเข้า

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการปราบปรามจะช่วยสกัดกั้นการกระจายสินค้าผิดกฎหมายในระยะสั้น แต่แนวทางแก้ไขในระยะยาวจำเป็นต้องมุ่งไปที่การตัดวงจรห่วงโซ่อุปทานของบุหรี่เถื่อนทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการนำเข้า การขนส่ง การกระจายสินค้า รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการศุลกากรเพื่อปิดช่องโหว่การลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น