xs
xsm
sm
md
lg

เตือนภัยแก๊งจีนขโมยเงินบนเครื่องบิน หมอเกือบสูญ 2 แสน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เจ้าของคลินิกเสริมความงามถูกคนร้ายชาวจีนขโมยเงินบนเครื่องบิน บนเที่ยวบินการบินไทย TG009 อุดรฯ-สุวรรณภูมิ แต่เจ้าตัวใจเด็ดตัดสินใจชาร์จตัวไว้ทัน เกือบสูญเงิน 2 แสนบาท พบทำกันเป็นขบวนการ มีผู้เสียหายชาวต่างชาติสูญเงินไทยและดอลลาร์อีก

วันนี้ (15 มี.ค.) ติ๊กต็อกของหมอต๊ะ นายแพทย์ ทรงวุฒิ พรมโท เจ้าของคลินิกเดอะวี-สาจ (The V-Sage Clinic) บอกเล่าประสบการณ์ถูกคนร้ายขโมยเงินบนเครื่องบินการบินไทย เที่ยวบินที่ TG009 อุดรธานี-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) คาดว่าเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าวันดังกล่าวตนได้ที่นั่ง 43J ตรงกลาง ส่วนผู้ก่อเหตุนั่งติดกัน ที่นั่ง 43H ติดทางเดินถัดเข้ามาแถวกลาง ลักษณะเป็นชายชาวจีน รูปร่างท้วม สวมเสื้อสีดำ และมีผู้หญิงต่างชาติอีกคนนั่งแถวริมหน้าต่าง

เมื่อขึ้นเครื่องบินแล้ว ทุกคนก็เก็บของในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะตาม​ปกติ โดยตนได้นำเงินสด 200,000 บาทที่ได้รับจากคนไข้ใส่ในกระเป๋าถือ ปกติจะวางไว้ใต้เท้า แต่ผู้โดยสารด้านข้างนำกระเป๋า 2 ใบวางแน่นแล้ว จึงนำกระเป๋าถือขึ้นช่องเก็บสัมภาระหน้าที่นั่ง หลังเครื่องออกจากสนามบินทุกอย่างปกติ เมื่อไฟรัดเข็มขัดดับลง ชาวจีนคนดังกล่าวลุกไปเข้าห้องน้ำ เห็นว่าปกติลูกเรือเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างตามขั้นตอน จากนั้นไฟในห้องโดยสารก็ดับลง

ทุกคนบนเครื่องหลับบ้าง เล่นมือถือบ้าง อ่านหนังสือบ้าง แต่ชาวจีนที่นั่งด้านข้างลุกขึ้นออกจากที่นั่งบ่อยมาก ตลอดเที่ยวบิน 1 ชั่วโมงน่าจะลุกเข้าห้องน้ำ 3-4 รอบ ตอนแรกตนไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าท้องเสีย กระทั่งเวลา 22.20 น. เครื่องลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทุกคนก็รีบลุกขึ้นหยิบกระเป๋า รวมถึงชายชาวจีนรีบลุกขึ้นหยิบกระเป๋า แต่รู้สึกว่าดูรีบผิดปกติ ลุกออกจากที่นั่งเร็วมาก จึงเริ่มเอะใจ เมื่อรีบลุกตามแล้วเช็กสิ่งของในกระเป๋าถือ พบว่าเงินสด 200,000 บาทหายไปแล้ว เหลือแต่ถุงซิปล็อกและกระดาษโน้ตที่ระบุจำนวนเงิน ยอมรับว่าตกใจและคิดว่าผู้ก่อเหตุคือชายชาวจีนคนดังกล่าว ซึ่งพอหันมามองอีกทีก็หายไปแล้ว ในขณะนั้นมีผู้โดยสารลงจากเครื่องหนาแน่น

เมื่อพบกับลูกเรือจึงแจ้งว่ามีชาวจีนที่นั่งข้างๆ ขโมยเงินไป ลูกเรือตกใจและแจ้งให้รีบตามไป แล้วแจ้งพนักงานภาคพื้นด้านล่าง ตนจึงเดินออกจากเครื่อง พบพนักงานภาคพื้นพอดีจึงรีบแจ้ง พนักงานภาคพื้นแนะนำให้รีบตามไป จะแจ้งวิทยุสื่อสารประสานให้ ตนจึงวิ่งตามหาชายชาวจีนคนดังกล่าว พบว่าชายชาวจีนเดินเร็วกึ่งวิ่งอีกฝั่ง ตนจึงเดินแซงแล้วมองหน้า ชายชาวจีนตกใจแล้วเดินหลบและเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้นเพื่อหลบหนี เมื่อตนมั่นใจว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เลยวิ่งเข้าชาร์จดักหน้าดึงเข้าผนังและเรียกให้หยุด ชายชาวจีนพูดอะไรบางอย่าง รีบรูดซิปกระเป๋าหยิบเสื้อแจ็กเก็ตกีฬาออกมาแล้วยื่นให้ ทำท่าขึงขังให้ปล่อยตัว ตนจึงคล้องไหล่ล็อกคอให้แน่น แล้วจึงเรียกพนักงานฝึกงานสนามบินกลุ่มหนึ่งว่ามีขโมย พนักงานสนามบินจึงเข้ามาล้อมและสักพัก รปภ.ถึงตามมา

รปภ.สอบถามเหตุการณ์สักพัก ทีมลูกเรือ กัปตัน และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นของการบินไทยผ่านมาเห็นเหตุการณ์ สอบถามเล็กน้อย และขอถ่ายรูปบัตรที่นั่งเก็บไว้ก่อนแยกย้ายไป ต่อมาสองสามีภรรยาชาวต่างชาติแจ้งว่าเพิ่งรู้ว่าเงินในกระเป๋าตัวเองหาย ประกอบด้วยเงินไทย 2,500 บาท เงินดอลลาร์สหรัฐเกือบ 300 เหรียญสหรัฐ และขอบคุณที่ตามจับคนร้ายได้ จากนั้นพบเงินสด 200,000 บาทที่กระเป๋าด้านซ้ายของเสื้อแจ็กเก็ต จึงแจ้ง รปภ.ว่าจะแจ้งความดำเนินคดี จึงพาไปแจ้งความที่ชั้น 1 สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตนอยู่ในนั้นตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึง 03.00 น.ของวันรุ่งขึ้น

โดยสรุปก็คือ ตนได้เงินคืน 200,000 บาทครบ ส่วนสองสามีภรรยาชาวต่างชาติไม่พบเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่พบเงินไทย นอกจากนี้ในกระเป๋าของคนร้ายยังพบเงินสกุลยูโร และสกุลอาหรับจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ และสองสามีภรรยาอาจถูกคนอื่นๆ ในขบวนการขโมย ที่ผ่านมาคดีในลักษณะเช่นนี้เยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จับกุมไม่ได้ เพราะผู้เสียหายรู้ตัวอีกทีมาแจ้งความคนร้ายก็หนีไปแล้ว จับกุมไม่ได้ ขณะนี้คนร้ายดังกล่าวถูกควบคุมตัวไว้และดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในอากาศยานต่อไป