กรมขนส่งทางบก (ขบ.) เตรียมพิจารณาต่อใบอนุญาตแอปเรียกรถ B หลังรับเรื่องร้องเรียนท่วม เตรียมขอความเห็นหน่วยงานเกี่ยวข้อง เหตุพบข้อกังขาผิดเงื่อนไขใบอนุญาต ทั้งเรื่องอนุญาตคนต่างด้าว-เด็กอายุต่ำเกณฑ์ขับรถ ละเลยการคุมพฤติกรรมคนขับ มีข่าวการทำร้ายและลวนลามผู้โดยสารต่อเนื่อง
แหล่งข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีการร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับแอปเรียกรถค่าย B หลายกรณีสะท้อนถึงการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาต โดยเฉพาะในเรื่องการคัดกรองคนขับเข้ามาในระบบ เป็นสาเหตุให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปนี้ และบางกรณีลุกลามสู่ปัญหาอาชญากรรม และการทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร
ดังนั้น ในการพิจารณาต่อใบอนุญาตประกอบกิจการแอปค่ายดังกล่าว อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาฯและอาจชะลอการต่อใบอนุญาต ออกไปก่อน โดยจะมีการรวบรวบรวมข้อมูล และประสานเพื่อขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่าทุกแอปพลิเคชันต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน และต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารอย่างสูงสุด
จากข้อมูลการร้องเรียน กรมฯ พบข้อกังขาสำคัญที่ผิดเงื่อนไขการได้รับใบอนุญาตของแอป B ได้แก่ 1.การคัดกรองบุคลากร มีการอนุญาตให้คนต่างด้าว และบุคคลที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายกำหนด เข้ามาขับรถรับส่งผู้โดยสาร รวมถึงเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร นอกจากนี้คนขับบางรายที่ก่อคดีทำร้ายผู้โดยสาร ยังเป็นผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม
2.ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ทั้งเหตุการณ์ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม การทำร้ายร่างกาย และการลวนลามอนาจารผู้โดยสาร เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการควบคุมพฤติกรรมคนขับของแพลตฟอร์ม
3.การทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาต ข้อมูลที่ตรวจพบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า ผู้ให้บริการแอป B ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กรมฯ กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
“เราจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความเห็นและข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและแรงงาน เพื่อตรวจสอบสิทธิการทำงานของคนต่างด้าว ที่เข้ามาให้บริการเรียกรถผ่านแอปบนแพลตฟอร์มค่ายนี้ด้วย” แหล่งข่าวกล่าว
เตือน ขบ. ปล่อยผ่าน เสี่ยงฉุดภาพลักษณ์-ศก.ดิจิทัล
แหล่งข่าวในวงการเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า การให้บริการแอปเรียกรถ เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ที่มีศักยภาพการเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญผลักดัน เพราะเรามีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งรองรับ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแล และให้ใบอนุญาต อย่างกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ในการออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต หรือการลงโทษด้วยการระงับใบอนุญาต แพลตฟอร์มที่มีพฤติกรรมถูกร้องเรียนซ้ำๆ หรือมีข่าวเสียของพฤติกรรมคนขับผ่านหน้าสื่อบ่อยๆ
“การที่ ขบ. ปล่อยให้แพลตฟอร์มที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพเติบโต และทำธุรกิจต่อไปได้โดยไม่มีบทลงโทษอย่างจริงจัง คือการเปิดประตูให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้บริโภคในเรื่องความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รวมถึงกระทบต่อประเทศไทย เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกโกง หรือถูกทิ้งกลางทางเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังแพลตฟอร์มรีวิวระดับโลก ทำลายภาพลักษณ์ Safety Destination ของไทยที่พยายามสร้างมานับสิบปี” แหล่งข่าวกล่าว
อีกทั้งเป็นภาพสะท้อนถึงความล้มเหลวของกำกับดูแล เพราะหากรัฐยังปล่อยให้มีคนขับสวม ID หรือคนขับเถื่อนลอยนวล นั่นเท่ากับว่ากฎหมายไม่มีความหมาย และอาจสร้างความเหลื่อมล้ำของการแข่งขัน เพราะแพลตฟอร์มที่ลงทุนในระบบความปลอดภัยสูง กลับมีต้นทุนที่เสียเปรียบกว่าค่ายที่ปล่อยปละละเลย
ทั้งนี้ เขาได้ให้ข้อเสนอแนะถึงกรมการขนส่งทางบก ว่าควรมีระบบ Rating และ Blacklist ระดับประเทศที่เชื่อมโยงกัน หากแพลตฟอร์มใดมียอดเรื่องร้องเรียนเกินเกณฑ์ หรือมีเหตุร้ายแรงซ้ำซาก ขบ. ต้องมีมาตรการ "พักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการ" อย่างไม่มีข้อยกเว้น
……….


