xs
xsm
sm
md
lg

"นิค วิเชียร" ร่ายยาวเบื้องหลัง Gene Lab เผยคำพูด "โอม Cocktail" ที่ทำให้ยอมวางมือส่งไม้ต่อปั้นค่ายใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ย้อนวันวานจุดเริ่มต้นอาณาจักรดนตรี! 'นิค วิเชียร' เปิดเบื้องลึกการก่อตั้ง Gene Lab เล่าวินาที 'โอม Cocktail' ยกมืออาสา 'ผมไง' พร้อมรันค่ายเพลงยุคใหม่แทนพี่ชายที่แสนดี เผยวิสัยทัศน์มองขาดโลกดนตรีไร้พรมแดน ทำสำเร็จเร็วกว่าเป้า 5 ปี ก่อนส่งน้องรักลุยเส้นทางค่ายเพลงอิสระเต็มตัว

จากกรณีช็อกวงการเพลงเบาๆ เมื่อ 'โอม Cocktail' ออกมาร่ายยาวประกาศยุติบทบาทการบริหารค่ายเพลงดังอย่าง GeneLab และ 19 ในเครือ GMM Music อย่างเป็นทางการ เผยหมดเปลือกถึงเวลาที่เหมาะสม หลังส่งไม้ต่อให้ศิลปินเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมพาทีมงานบริษัท 'ครึ่งเก้า' ก้าวสู่อาณาจักรใหม่ ลุยปั้น 3 ค่ายเพลงอิสระของตัวเองแบบเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น มักจี, Ennead และ 9อัคคัญญ์

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้บริหารค่ายเพลง genie records ในเครือ GMM Grammy ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เล่าถึงความเป็นมาของ “Gene Lab” ชี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกดนตรี ซึ่งเปลี่ยนผ่านจากยุค Mass Media มาสู่ Social Media ที่ผู้ฟังรุ่นใหม่เลือกค้นหาเพลงตามความหลากหลายของรสนิยม โดยไม่ยึดติดกับแนวเพลง (Genre) อีกต่อไป ทั้งนี้เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

“ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเล่าเรื่อง Gene Lab ตามคำขอสักหน่อย เอาเท่าที่อยู่ในสายตาผมนะครับ
………….

Gene Lab #1

การก่อตั้ง gene lab เกิดขึ้นในช่วงปี 2017-2018 เพียงเพราะคำพูดของน้องคนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยผม

เขาบอกกับผมว่า “โลกยุคหน้าของนักฟังเพลงรุ่นใหม่จะไม่มีคำว่า genre แล้ว”
มันสอดคล้องกับการเฝ้ามองสถานการณ์ของสื่อที่เริ่มเปลี่ยนจาก Mass media มาเป็น Social media พลิกผันวิธีการสื่อสารจาก Push มาเป็น pull

หมายความว่าน้องๆ เจนใหม่จะเป็นฝ่าย “วิ่งเข้าหา“ หรือ ”search“ content (ในที่นี้หมายถึง “เพลง” ) จาก platform ต่างๆ ด้วยตัวเองมากกว่าการรอรับการ broadcast หรือ feed ตามการชี้นำของ Dj & Vj ที่เคยมีมา
ทำให้เกิดความหลากหลายทางรสนิยม ไม่ยึดติดกับแนวเพลงแนวหนึ่งแนวใดอีกต่อไป

ผม…ที่ในวันนั้นก่อตั้ง genie มาก็จะ 20 ปีให้แล้ว ถือว่าเป็นค่ายที่อายุมากแล้ว ศิลปินก็รุ่นใหญ่กันแล้ว ข้ามเจนแล้ว อาจไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสมลงตัวของน้องๆศิลปินรุ่นใหม่ เลยคิดว่าถึงเวลาต้องวางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน

วันหนึ่งมีโอกาสนั่งปรึกษากับ “โอม” ถึงความคิดที่จะตั้งค่ายใหม่เพื่อไปรอ-รองรับศิลปินยุคหน้าภายใต้ เป็นค่ายคล้ายๆ สนามเด็กเล่น ไม่จำกัดแนวเพลง และไม่ติดยึดกับแนวเพลงร็อกแบบ genie

ตอนนั้นพอคุยเสร็จจึงลองโยนหินถามทางกับโอมว่า… “จะเอาใครจะมารันค่ายใหม่นี้ดี”

และแล้วน้องรักที่ผมแอบมองว่ามีหน่วยก้านเป็นนักบริหารมากที่สุดในบรรดาทีมงานทั้งหมดที่ผมมีก็ยกมือขึ้นพร้อมคำพูดที่ผมจำแม่นว่า…“ผมไง”
โอมยังย้ำและให้เกียรติว่าเรียนรู้จากผมมาเยอะแล้ว จึงพร้อมเต็มที่

ไม่ต้องคิดมากเพราะคิดมาเยอะแล้ว ผมจึงขอให้โอมเตรียมตัวเดินเครื่องทันที ส่วนผมตอนนั้นยังต้องดู genie อยู่ แต่ก็จะ support อยู่ข้างๆ อย่างเต็มที่ตลอดเวลา
บอกกับโอมสัก 5 ปีค่ายเพลงใหม่นี้ก็น่าจะแข็งแรงใช้งานได้แล้วแหละ

ตัดภาพไวในเวลาต่อมา โอมทำได้จริงๆ gene lab เติบโตและมีศิลปินดังสมหวัง

ผิดคาดแค่ว่าโอมทำได้เร็วกว่า 5 ปี!

(เดี๋ยวมาเล่าต่อนะ)”