อิหร่านยอมรับเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือสินค้า "มยุรี นารี" ติดธงไทยกลางช่องแคบฮอร์มุซ อ้างเมินคำเตือนและเดินเรือผิดกฎหมาย พร้อมประกาศจุดยืนกร้าวไม่อนุญาตให้ขนส่งน้ำมันเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะที่เพจพาณิชยนาวีเผยคลิปนาทีชีวิตลูกเรือหนีตายขึ้นฝั่งโอมาน ส่วนอีก 3 รายยังสูญหาย คาดติดอยู่ภายในห้องเครื่องที่เกิดเพลิงไหม้
จากกรณีเรือ “มยุรี นารี” ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อเวลาประมาณ 08.15 นาฬิกา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยลูกเรือ 20 รายได้รับการอพยพออกมาอย่างปลอดภัยขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมาน ส่วนอีก 3 รายยังสูญหาย อย่างไรก็ตาม ทางกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อิหร่าน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือมยุรี นารี ไม่ฟังคำเตือน ดึงดันที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เพจ "เรือสินค้าระหว่างประเทศ - พาณิชยนาวี" ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณเกือบ 30 วินาที เผยให้เห็นสภาพของลูกเรือ "มยุรี นารี" หลังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะกำลังเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มุ่งหน้าไปยังประเทศอินเดีย ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมาน ซึ่งสามารถช่วยลูกเรืออพยพขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัยแล้ว 20 คน แต่อีก 3 คนยังคงสูญหาย และทางการเชื่อว่าอาจติดอยู่ในบริเวณห้องเครื่องยนต์ที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งค้นหาและให้ความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า "เหตุการณ์เรือสินค้าไทยโดนโจมตี อิหร่านยอมรับโจมตีเรือสินค้าไทย "มยุรี นารี" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
11 มีนาคม 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวฟาร์ส ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุโจมตีเรือสินค้า "มยุรี นารี" ซึ่งติดธงชาติไทย ขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โดยระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกระดมยิงเนื่องจากเพิกเฉยต่อคำเตือนและเดินทางผ่านช่องแคบ นอกจากนี้ในวันเดียวกัน กองทัพอิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือสินค้า "เอ็กซ์เพรส โรม" ติดธงชาติไลบีเรีย หลังพบว่ามีพฤติการณ์เพิกเฉยต่อคำสั่งของกองทัพเรือเช่นกัน
โฆษกศูนย์บัญชาการทหาร "คาตัม อัล-อันบิยา" ของอิหร่าน ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา อิสราเอล หรือกลุ่มพันธมิตรแม้แต่ลิตรเดียว โดยระบุว่าเรือหรือสินค้าใดก็ตามที่เป็นของรัฐบาลศัตรูจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเป็นการลงโทษ และปกป้องผลประโยชน์ของอิหร่านในภูมิภาค
ทางด้านหน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยข้อมูลว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโจมตีเรือในบริเวณอ่าวเปอร์เซียและพื้นที่ใกล้เคียงแล้วอย่างน้อย 13 ครั้ง โดยในจำนวนนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นถึง 3 ครั้งภายในวันพุธที่ 11 มีนาคมเพียงวันเดียว ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในการเดินเรือสากลที่กำลังวิกฤตหนักในขณะนี้"


