กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว ทดลองเดินรถโดยสารประจำทางด่วน BRT ช่วงมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (ดงโดก) ถึงตลาดเช้า ตรงข้ามสถานีขนส่งนครหลวงเวียงจันทน์ ใช้รถเมล์ไฟฟ้า 55 คัน ให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม ฟรีค่าโดยสาร 2 เดือน หวังแก้รถติด อุบัติเหตุ ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม
วันนี้ (12 มี.ค.) สำนักข่าวสารประเทศลาว (KPL) รายงานว่า กรมขนส่ง กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ทดลองเดินรถโดยสารประจำทางด่วน (Bus Rapid Transit หรือ BRT) โดยไม่เก็บค่าโดยสารเป็นระยะเวลา 2 เดือน เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ถึง 9 พ.ค. 2569 โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น.
สำหรับเส้นทางและสถานี จะเริ่มต้นจากสถานีดงโดก (หน้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติ หรือ มช.) ไปจนถึงสถานีตลาดเช้า วิ่งเข้า-ออกตัวเมือง โดยผ่านทั้งหมด 19 สถานี ได้แก่: ดงโดก (มช.) - เรือนพักซีเกมส์ - ซ้างคู้ - สะพังเมิก - ถนน 450 ปี - ธนาคารส่งเสริมกสิกรรม - ธนาคารพงสะหวัน - พะขาว - วิวมอลล์ - โรงเรียน SOS - พิพิธภัณฑ์ไกสอน พมวิหาน - ศูนย์ ICTC - โพนพะเนา - โพนเค็ง - พิพิธภัณฑ์ป้องกันความสงบ - โพนสะอาด - ประตูไซ - ทาดฝุ่น และ ตลาดเช้า โดยรถจะวิ่งเข้ามาและวิ่งวนกลับในเส้นทางเดิม
นายคำพัน วันทะนา หัวหน้าโครงการขนส่งแบบยั่งยืนในตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ (The Urban Transport Management Section หรือ UTMS) เปิดเผยว่า การเปิดบริการทดลองเดินรถเมล์ BRT มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด และอุบัติเหตุบนท้องถนน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสภาพแวดล้อมเขตเมืองในนครหลวงเวียงจันทน์ โดยจะให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า (06.00 ถึง 09.00 น.) และตอนเย็น (16.00 ถึง 18.00 น.) ความถี่ของรถที่จะหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารในแต่ละสถานีจะอยู่ที่ 6-7 นาที และในช่วงเวลาปกติ ความถี่ของรถจะอยู่ที่ 10-15 นาที
สำหรับข้อห้ามและข้อยกเว้นการใช้ช่องจราจรเฉพาะของรถเมล์ BRT ในช่วงเวลาที่รถให้บริการนั้น ห้ามผู้ขับขี่ยานพาหนะประเภทอื่นขับเข้าไปในช่องจราจรเฉพาะดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกตักเตือนและปรับตามระเบียบการ ยกเว้นรถพยาบาลฉุกเฉิน, รถกู้ภัย, รถดับเพลิง และขบวนรถทางการที่มีรถตำรวจจราจรนำทาง รวมถึงขบวนรถทางการอื่นๆ ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การปกครองนครหลวงเวียงจันทน์เป็นกรณีเฉพาะในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
ทั้งนี้ อนุญาตให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะประเภทอื่นที่มีความจำเป็น สามารถใช้ช่องจราจรของรถเมล์ BRT ได้ในช่วงเวลา 22.01 น. ถึง 05.59 น.ของวันรุ่งขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่สงวนของสถานี BRT จนทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ผู้ก่อเหตุจะถูกปรับ 10% ของมูลค่าความเสียหาย และต้องรับผิดชอบชดใช้ตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
พร้อมกันนี้ หัวหน้าโครงการขนส่งแบบยั่งยืนในตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ได้เชิญชวนทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งพนักงาน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทุกหมู่เหล่า พลเมืองลาว รวมถึงชาวต่างชาติที่มาพำนักอาศัยในนครหลวงเวียงจันทน์ ให้หันมาใช้บริการรถขนส่งสาธารณะในการเดินทางให้มากขึ้น และขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษต่อทิศทางการจราจรบางส่วนในเขตใจกลางเมืองที่มีการปรับปรุงใหม่อีกด้วย
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า โครงการรถเมล์ด่วน BRT นครหลวงเวียงจันทน์ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2567 ตั้งแต่สวนเจ้าฟ้างุ้ม ถึงมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ระยะทาง 12.9 กิโลเมตร มีสถานีรถเมล์ 27 จุด แบ่งเป็นสถานีกลางทาง 22 จุด และสถานีข้างทาง 5 จุด โดยได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) องค์กรธนาคารเพื่อการลงทุนปิโตรเลียมแห่งยุโรป กองทุนเพื่อการลงทุนทางเลือกแห่งสหภาพยุโรป และกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ใช้งบประมาณทั้งหมด 99.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,175.15 ล้านบาท
ที่ผ่านมาระหว่างการก่อสร้างได้มีการปรับแก้แบบก่อสร้างบ่อยครั้ง ทั้งการและรื้อถอนเลนรถเมล์ถนนไกสอนพมวิหาน และถนน 450 ปี กลับมาเป็นถนนแบบเดิม และรื้อถอนสถานีรถเมล์ BRT จำนวน 2 สถานี เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง กระทั่งเดือน ธ.ค. 2568 รัฐบาลลาวได้สั่งระงับการทดลองเดินรถ เพื่อปรับปรุงการออกแบบช่องทางเดินรถโดยสาร และระบบโดยรวมใหม่ ก่อนจะกลับมาทดลองให้บริการแก่ผู้โดยสาร ช่วงสถานีดงโดก ถึงสถานีตลาดเช้า ยังคงเหลือช่วงสถานีตลาดเช้า ถึงสถานีสวนเจ้าฟ้างุ้ม ที่ยังไม่เปิดให้บริการ
ทั้งนี้ สถานีตลาดเช้า อยู่ตรงข้ามสถานีรถเมล์กลาง (Central Bus Station) ย่านตลาดเช้า สามารถเดินทางต่อกับรถเมล์ของรัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ (VCSBE) ที่มีหลายเส้นทาง และรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ ไปยังปลายทางประเทศไทย เช่น หนองคาย อุดรธานี และสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2
สำหรับรถโดยสารที่นำมาใช้ในโครงการ เป็นรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) ขนาด 12 เมตร มี 4 ประตู ข้างละ 2 ประตู จำนวนที่นั่ง 40 ที่นั่งรวมคนขับ ให้บริการรวม 55 คัน พร้อมศูนย์บำรุงรักษาและศูนย์บัญชารถเมล์ ที่ทางหลวงหมายเลข 13 ใต้ บ้านโพนคำ เมืองไชยธานี
ปัจจุบันประเทศในอาเซียนที่มีบริการรถเมล์ BRT ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เมียนมา มาเลเซีย และไทย (สายสาทร-ราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ)


