xs
xsm
sm
md
lg

"ดร.ธารินี" ฟาดแรง! พรรคประชาชนอย่าสับสน "เสรีภาพ" กับ "ไม่รู้กาลเทศะ" ปมแต่งกายผิดระเบียบสภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"รัฐสภาไม่ใช่คาเฟ่ และไม่ใช่สตูดิโอสร้างคอนเทนต์!" ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ โพสต์เตือนสติพรรคประชาชน หลังพบพฤติกรรมใช้คำว่า "เสรีภาพ" เป็นโล่กำบังเพื่อท้าทายกฎการแต่งกายในสภา ชี้ชัดประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมาคู่กับความรับผิดชอบและกาลเทศะ พร้อมกางข้อบังคับข้อ 181 ย้ำการแต่งกายสุภาพคือมาตรฐานสากลที่สมาชิกรัฐสภาทั่วโลกพึงกระทำเพื่อรักษาเกียรติของสถาบันนิติบัญญัติ

ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของนักการเมืองบางกลุ่ม โดยเฉพาะ พรรคประชาชน ที่ใช้คำว่า "เสรีภาพ" มาเป็นเหตุผลในการท้าทายกฎระเบียบการแต่งกายของรัฐสภา โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"การเมืองไทยช่วงหลังมีภาพหนึ่งที่ชวนให้ตั้งคำถามไม่น้อย คือความพยายามของนักการเมืองบางกลุ่มโดยเฉพาะจากพรรคประชาชน ที่มักหยิบคำว่า “เสรีภาพ” มาใช้เป็นโล่กำบังในการท้าทายกติกาของสภาปัญหาคือ…หลายครั้งสิ่งที่ถูกเรียกว่า “เสรีภาพ” นั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียง “การไม่เข้าใจคำว่า กาลเทศะ” ข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรไทยเขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้วใน หมวด 10 เรื่องการรักษาระเบียบและความเรียบร้อยข้อ 181 ระบุไว้ตรงไปตรงมา

“สถานที่ประชุมของสภาย่อมเป็นที่เคารพและเป็นเขตหวงห้าม บุคคลซึ่งเข้าไปต้องประพฤติตนให้เรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และต้องแต่งกายตามที่ประธานสภากำหนด”

และยังระบุอีกว่าสมาชิกต้องแต่งกาย เครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา / สากลนิยม / ชุดพระราชทาน / หรือชุดตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งคิดขึ้นมา และไม่ใช่ “กฎเผด็จการ” อย่างที่บางคนพยายามบิดความหมาย มันคือมารยาทพื้นฐานของสถาบันนิติบัญญัติ เพราะรัฐสภาไม่ใช่คาเฟ่ ไม่ใช่เวทีคอนเทนต์ และไม่ใช่สตูดิโอสำหรับทำการเมืองเชิงสัญลักษณ์ มันคือสถานที่ที่กฎหมายของประเทศถูกสร้างขึ้น การกำหนดการแต่งกายจึงไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของความเคารพต่อสถาบันในโลกประชาธิปไตยจริงๆรัฐสภาแทบทุกประเทศมี dress code ที่ชัดเจน ในสหราชอาณาจักร สมาชิก House of Commons ยังต้องแต่งกายแบบทางการในญี่ปุ่น สมาชิก National Diet of Japan ก็แต่งชุดสากลนิยมแทบทั้งหมด ไม่มีใครยกมือขึ้นอภิปรายด้วยเสื้อยืดสโลแกนการเมืองแล้วเรียกสิ่งนั้นว่า “เสรีภาพ” เพราะคนที่เข้าใจประชาธิปไตยจริงจะรู้ว่าเสรีภาพต้องเดินคู่กับความรับผิดชอบ แต่ดูเหมือนนักการเมืองบางคนในพรรคประชาชนจะยังสับสนระหว่าง “เสรีภาพในการแสดงออก” กับ “เสรีภาพที่จะไม่เคารพกติกา” สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย การแต่งกายตามระเบียบของสภาไม่ได้ทำให้ใครสูญเสียอุดมการณ์ทางการเมือง แต่การพยายามแหกกติกาแล้วอ้างคำว่า “เสรีภาพ” ตลอดเวลากลับทำให้คำว่าเสรีภาพ
ดูราคาถูกลงทุกครั้งที่ถูกใช้ บางทีปัญหาอาจไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า แต่เป็นเรื่องวุฒิภาวะทางการเมือง เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้วัดจากว่าใคร “ต่อต้านกฎ” ได้เก่งที่สุด แต่วัดจากว่าใครเข้าใจว่ากฎมีไว้เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสถาบัน และในวันที่บางคนยังเถียงเรื่อง dress code ในสภาอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่าพวกเขาอยากเป็น “ผู้แทนประชาชน” หรือแค่อยากเป็น “ผู้สร้างคอนเทนต์ทางการเมือง” กันแน่"