xs
xsm
sm
md
lg

จีนเร่งเครื่องกระตุ้นการบริโภค กำหนดให้เป็นนโยบายสำคัญยาวถึงปี 2030

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กชายกำลังกินถังหูลู่ หรือผลไม้เคลือบน้ำตาล ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของจีน ในงานเทศกาลถังหูลู่ เมืองเจียวโจว มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 18 ก.พ. 2026)
ปักกิ่ง, 7 มี.ค. (ซินหัว) -- การกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นได้กลายมาเป็นภารกิจหลักทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2026 และปีถัดๆ ไป ซึ่งสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนทิศทางในภาพรวมของจีน ที่มุ่งเน้นรูปแบบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภค

ในการประชุม "สองสภา" ที่กำลังดำเนินอยู่ในกรุงปักกิ่งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานของรัฐบาล หรือร่างเค้าโครงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) ต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของอุปสงค์ภายในประเทศ

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย รายงานผลการปฏิบัติงานข้างต้นเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้ายึดมั่นการเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่าจะมีมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการบริโภค อันเป็นเสาหลักสำคัญของอุปสงค์ภายในประเทศ

ร่างแผนพัฒนาฯ ย้ำชัดถึงความสำคัญของแนวทางดังกล่าว โดยระบุว่าจีนมุ่ง "บรรลุเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการบริโภคของภาคครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างชัดเจน เพื่อทำให้อุปสงค์ภายในประเทศกลายเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นยิ่งขึ้น" ในช่วงระยะเวลา 5 ปีของแผนพัฒนาฯ

พื้นฐานการบริโภคของจีนเดิมทีมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยเมื่อปีที่แล้วยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมของจีนมีมูลค่าทะลุ 50 ล้านล้านหยวน (ราว 230 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก โดยการบริโภคมีส่วนผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจถึงร้อยละ 52 เพิ่มขึ้น 5 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ตลาดผู้บริโภคของจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง จากการขยายตัวเชิงปริมาณไปสู่การยกระดับเชิงคุณภาพ โดยจีนได้ออกมาตรการที่หลากหลายเพื่อปลดล็อกศักยภาพอันมหาศาลของตลาดผู้บริโภค
เสริมพลังด้วยนโยบาย

โดยพื้นฐานแล้ว การกระตุ้นการบริโภคมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การยกระดับความเชื่อมั่น และจีนกำลังเดินหน้าทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนด้านนโยบาย เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของผู้บริโภค

(แฟ้มภาพซินหัว : กลุ่มผู้สูงอายุกำลังเล่นเกมที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 10 ก.พ. 2026)
รายงานผลการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีน กำหนดให้ "การสร้างตลาดในประเทศที่แข็งแกร่ง" เป็นภารกิจอันดับแรกในบรรดาภารกิจที่สำคัญของปี 2026 รายงานดังกล่าวยังระบุถึงชุดมาตรการที่เป็นรูปธรรม อาทิ การจัดสรรพันธบัตรรัฐบาลพิเศษที่มีอายุยาวนานพิเศษ (ultra-long special treasury bonds) มูลค่า 2.5 แสนล้านหยวน (ราว 1.15 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการนำสินค้าเก่ามาแลกสินค้าใหม่ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองทุนประสานงานด้านการคลังและการเงินมูลค่า 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.61 แสนล้านบาท) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ และขยายความครอบคลุมของนโยบายอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับผู้บริโภคและธุรกิจในภาคบริการ

ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า นโยบายเหล่านี้ต่อยอดมาจากความสำเร็จอันโดดเด่นของโครงการนำสินค้าเก่ามาแลกสินค้าใหม่ ซึ่งสร้างยอดขายรวม 3.92 ล้านล้านหยวน (ราว 18.06 ล้านล้านบาท) ในช่วงปี 2024 และ 2025 และทำให้มีผู้บริโภคที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้มากถึง 494 ล้านครั้ง

หลิวฮุย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติของจีน ซึ่งเป็นช่างเทคนิคจากบริษัท เจียงหลิง มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน จำกัด (Jiangling Motors Co., Ltd.) ในมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของประเทศ คือหนึ่งในผู้ที่สังเกตเห็นถึงผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจากนโยบายส่งเสริมการบริโภคของจีนในภาคส่วนยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV)

“เมื่อปีที่แล้วเพื่อนบ้านและญาติของผมหลายคนได้ใช้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนในการนำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่ เพื่อเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า” เขากล่าว พร้อมเสริมว่ามีช่างเทคนิคอายุน้อยในโรงงานคนหนึ่งที่ประหยัดเงินไปได้เกือบ 20,000 หยวน (ราว 92,100 บาท) ในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านโครงการเงินอุดหนุนเพื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ และเงินอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการบริโภคจากรัฐบาล ซึ่งหลิวมองว่านโยบายเหล่านี้มีส่วนช่วยกระตุ้นการลงทุนและส่งเสริมการบริโภค

นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นระยะสั้น จีนยังมุ่งเสริมสร้างศักยภาพในระยะยาว เพื่อพลิกโฉมการบริโภคจากเดิมที่เป็นเพียงเป้าหมายเชิงนโยบาย ให้กลายเป็นการจับจ่ายโดยธรรมชาติของประชาชน

รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลระบุว่า จีนจะดำเนินงานตามแผนยกระดับรายได้ของประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมหลายประการเพื่อเพิ่มรายได้ให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย รวมถึงเพิ่มพูนรายได้จากทรัพย์สิน ตลอดจนปรับปรุงระบบค่าจ้างและระบบประกันสังคมให้ดียิ่งขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเดินเลือกซื้อสินค้าในร้านมินิโซ แลนด์ (MINISO LAND) ในนครกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน วันที่ 28 ต.ค. 2025)
การบริโภครูปแบบใหม่
เมื่อรายได้เพิ่มสูงขึ้นและเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ การบริโภคจึงกำลังขยายตัวจากการซื้อสินค้าไปสู่การซื้อประสบการณ์ จากการซื้อประโยชน์ใช้สอยไปสู่คุณค่าทางอารมณ์ ซึ่งผลักดันให้เกิดการใช้จ่ายรูปแบบใหม่ๆ เช่น เศรษฐกิจที่เน้นการเปิดตัวสินค้าใหม่ (Debut economy) เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง (Pet economy) การซื้อสินค้าตามกระแสความนิยมจีน (China-chic) และการจับจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์แบบสมจริง (Immersive experiences)

แนวโน้มนี้ได้รับการเน้นย้ำในร่างแผนพัฒนาฯ ซึ่งให้คำมั่นว่าจะ "ปลดปล่อยศักยภาพของการบริโภคของภาคบริการ" และ "ส่งเสริมการขยายตัวและยกระดับการบริโภคสินค้า" นอกจากนี้ รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลยังให้คำมั่นที่จะยกระดับบริการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค สร้างสรรค์บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์ ตลอดจนเร่งบ่มเพาะจุดเติบโตใหม่ๆ ในด้านการบริโภคให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จางเสี่ยวเหวิน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจากมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ตงเป่ย เปียโน อินสตรูเมนต์ส จำกัด (Dongbei Piano Instruments Co., Ltd.) ก็เป็นอีกคนที่คว้าโอกาสจากแนวโน้มนี้ ผ่านการผสานการผลิตเปียโนเข้ากับการศึกษาด้านดนตรีและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เธอกล่าวว่า เมื่อการบริโภคยกระดับขึ้นและการศึกษาด้านดนตรีแพร่หลายมากขึ้น ผู้บริโภคจึงต้องการเปียโนคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความชอบส่วนบุคคลได้มากขึ้น ซึ่งทำให้บริษัทฯ ต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์และพัฒนาสินค้ารุ่นต่างๆ ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำลังสร้าง "ศูนย์วัฒนธรรมเปียโน" ที่ผสานทั้งการผลิต การศึกษา และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์แบบดื่มด่ำที่โดนใจคนรุ่นใหม่และกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบวัฒนธรรม

นอกเหนือจากกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นในเมือง ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนการใช้จ่ายรูปแบบใหม่แล้ว จีนยังกำลังปลดล็อกศักยภาพการบริโภคของกลุ่มประชากรในชนบทและกลุ่มผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน

ร่างแผนพัฒนาฯ ระบุว่าจีนจะยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในระดับอำเภอ เสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการจัดส่งพัสดุด่วนในชนบท เพิ่มความหลากหลายของสินค้าที่เหมาะสมกับผู้สูงวัยและบริการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงบ่มเพาะองค์กรชั้นนำและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในภาคเศรษฐกิจผู้สูงวัย

อู๋เฟิงกัง ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับชาติและนักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันสังคมนิยมเจียงซี (Jiangxi Institute of Socialism) ตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริโภคสูงวัยกำลัง "ก้าวผ่านจากความต้องการขั้นพื้นฐาน ไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพ มีความอัจฉริยะ และเน้นการบริการ" ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสังคมสูงวัยของจีน

เทคโนโลยีคือตัวเร่งการเติบโต
เนื่องจากร่างแผนพัฒนาฯ ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะ "ใช้อุปสงค์ใหม่ขับเคลื่อนอุปทานใหม่ และใช้อุปทานใหม่มากระตุ้นให้เกิดอุปสงค์ใหม่" นวัตกรรมทางเทคโนโลยีจึงกำลังก้าวขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญอันทรงพลังในการเพิ่มและยกระดับการบริโภค

ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังเข้ามาพลิกโฉมการบริโภคในหลากหลายภาคส่วนของจีน ภายใต้เป้าหมายของจีนที่มุ่ง "บรรลุการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสูง เพื่อพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ" ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ถูกเน้นย้ำในแผนแม่บทการพัฒนาของจีน

เอกสารดังกล่าวยังระบุด้วยว่า จีนจะผสานรวมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการยกระดับการบริโภคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยมีแผนพัฒนาแอปพลิเคชันที่สร้างโดยออกแบบให้เอไอฝังเข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการ (AI-native applications) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเป็นเพื่อนรู้ใจของผู้ใช้ พร้อมทั้งผลักดันอุปกรณ์ปลายทางอัจฉริยะในยุคถัดไป เช่น สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนเพิ่มรูปแบบการจับจ่ายใช้สอยใหม่ๆ ในด้านบริการอัจฉริยะ

เมื่อผู้บริโภคออกแบบผ้าพันคอผ้าไหมในสไตล์ของตัวเอง ผ่านโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ เครื่องพิมพ์อัจฉริยะจำนวนมากใน "โรงงานแห่งอนาคต" ของบริษัท ว่านซื่อลี่ กรุ๊ป จำกัด (Wensli Group Co., Ltd.) ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ศูนย์กลางเทคโนโลยีทางภาคตะวันออกของจีน ก็พร้อมเริ่มทำงานทันที ผ้าขาวธรรมดาถูกเนรมิตให้กลายเป็นผ้าพันคอพิมพ์ลายสุดประณีตในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง

ถูหงเยี่ยน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานบริษัท ว่านซื่อลี่ กรุ๊ป กล่าวว่าบริษัทฯ กำลังบุกเบิกการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต ถูเผยว่าผู้บริโภคในยุคนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ล้วนมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมและปรับปรุงอุปทานเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้

ด้านโจวตี๋ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เชื่อว่าการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อนำเสนอตัวเลือกการบริโภคคุณภาพสูง คือกุญแจสำคัญในการกระตุ้นแรงจูงใจเบื้องลึกในการจับจ่ายของประชาชน เขาแสดงความเห็นว่าควรส่งเสริมการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการบริโภคในภาคส่วนต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ การตรวจวัดสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย