xs
xsm
sm
md
lg

เตือน! แยกให้ออก “เมา-สโตรก” หลังเคสหนุ่มวูบถูกตำรวจใส่กุญแจมือ สุดท้ายเส้นเลือดสมองแตกโคม่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรณีสะเทือนใจ หนุ่มขับรถส่งผลไม้วูบกลางทาง ถูกตำรวจเข้าใจผิดว่าเมาสุรา จับใส่กุญแจมือพาขึ้นโรงพัก ก่อนอาการทรุดหนักจนพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ล่าสุดเพจดังออกมาเตือนสังคมให้แยกอาการ “เมา” กับ “สโตรก” ให้ได้ ชี้หากช่วยเหลือทันเวลาจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตอย่างมาก

วันนี้ (5 มี.ค.) จากกรณีที่ถูกหยิบยกพูดถึงอย่างกว้างขวางในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย หลังมีการเปิดเผยเหตุการณ์นาทีชีวิตของชายวัย 42 ปี ซึ่งเกิดอาการวูบขณะขับรถส่งผลไม้ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจผิดว่าเมาสุรา จนนำตัวไปควบคุมที่โรงพัก ก่อนจะพบภายหลังว่าเจ้าตัวกำลังป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างรุนแรง

ผู้บาดเจ็บคือ นายธีระมิตร อายุ 42 ปี อาชีพขับรถรับจ้างส่งผลไม้ ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 1 มีนาคม 2569 ระหว่างขับรถออกจากตลาดไทเพื่อมุ่งหน้าไปต่างจังหวัด

ระหว่างทาง นายธีระมิตรเกิดอาการ “เส้นเลือดในสมองตีบ” กะทันหัน ทำให้แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด และควบคุมร่างกายได้ยาก จึงพยายามประคองรถเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่รถเกิดเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่

เวลาประมาณ 03.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บมีอาการเดินเซ ล้มลุกคลุกคลาน และพูดจาไม่ชัด จึงประเมินจากภายนอกว่า “คล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก” ก่อนตัดสินใจใส่กุญแจมือไพล่หลัง และนำตัวขึ้นท้ายรถสายตรวจไปยังสถานีตำรวจ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอจากพลเมืองดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นายธีระมิตรพยายามใช้มือทำ “สัญญาณ SOS” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลสำหรับขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีผู้ใดเข้าใจสัญญาณดังกล่าว

ประเด็นนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ และไม่มีการประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเพื่อตรวจประเมินอาการบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ

หลังถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจ ผู้ป่วยถูกปล่อยทิ้งไว้ในสภาพใส่กุญแจมือ อาการทรุดลงเรื่อยๆ จนหมดสติ และมีอาการปัสสาวะราด จึงทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มสงสัยถึงความผิดปกติ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะหันในเวลาประมาณ 05.00 น.

แพทย์ระบุว่าโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke มี “ช่วงเวลาทอง” ในการรักษาประมาณ 4.5 ชั่วโมง หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอาจสามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือทำการรักษาเร่งด่วนได้ แต่ในกรณีนี้การช่วยเหลือล่าช้าทำให้อาการลุกลามจนกลายเป็นเส้นเลือดในสมองแตก ส่งผลให้เนื้อสมองเสียหายอย่างรุนแรง ปัจจุบันผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะโคม่า

ขณะเดียวกัน เพจดัง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ได้ออกมาโพสต์เตือนสังคมถึงความสำคัญของการแยกอาการระหว่าง “คนเมา” กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

โดยระบุว่า อาการของ Stroke มักเกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นภาพซ้อน หรือหมดสติ ซึ่งหากพบอาการลักษณะดังกล่าวควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

เพจดังกล่าวยังชี้ว่า การแยกอาการให้ถูกต้องสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย “พกเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์” และหากพบผู้ต้องสงสัยมีอาการผิดปกติ ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนนำไปดำเนินการทางกฎหมาย

ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องแล้ว หากพบว่ามีการละเลยหรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นอีกกรณีที่สังคมจับตามอง พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่รัฐ และการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “ชีวิตกับความตาย” ของประชาชน