"นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ" หรือ หมอเอก คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย ออกมาชำแหละระบบการบริหารงบประมาณระดับแสนล้านของ สปสช. ชี้ชัดถึงความซับซ้อนและระบบการเบิกจ่ายที่กดทับโรงพยาบาล สะท้อนปัญหาใหญ่สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "รักษาน้อยก็เจ๊ง ขยันรักษาก็ยิ่งขาดทุน" พร้อมจี้จุดบอดเงินเหมาจ่ายรายหัวที่หักลบแล้วถึงมือโรงพยาบาลจริงไม่ถึงพันบาท ลั่นทางออกเดียวของวิกฤตนี้คือต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่ทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. หมอเอก นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ คณะทำงานด้านสาธารณสุขของ พรรคภูมิใจไทย และเป็นผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของ สปสช.ที่ผู้โพสต์มองว่าเป็นสาเหตุให้โรงพยาบาลประสบปัญหางบประมาณ โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ทุกคนครับ.... มาดูกันมั้ยทำไมการบริหารของ #สปสช.ทำให้โรงพยาบาลเจ๊ง ?!!!
จากเงินงบประมาณที่ สปสช.ทำคำของบประมาณในแต่ละปี ตามรายละเอียดที่ยุบยิบหยุมหยิม ที่แม้แต่คนในแวดวงสาธารณสุขดูแล้วยังงง
ทำให้ส่วนใหญ่งบประมาณขาขึ้นที่ผ่านสำนักงบประมาณมาแล้วของ สปสช.จะไม่ค่อยถูกแตะ ?!
เวลาพิจารณางบประมาณกองทุน สปสช. ก็จะพิจารณาเป็นก้อน 2 แสนล้าน สามแสนล้านก็เหมาๆ พิจารณารวมๆ ไป
แต่... วันนี้เรามาลองวิเคราะห์กันดูครับว่า สปสช.แบ่งเงินจากทั้งก้อนออกมาเป็นกลุ่มหลักๆ ได้
เหมาจ่ายรายหัว
จ่ายตามน้ำหนักโรคสำหรับผู้ป่วยใน
เบิกจ่ายตามรายการที่ให้บริการ
จ่ายเฉพาะโรค
มาดูทีละส่วน ครับ
1. เหมาจ่ายรายหัว
ที่จะต้องถูกหักเงินเดือนออก จะเหลือที่โอนให้โรงพยาบาลคือ ผู้ป่วยนอก กับส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคแบบเหมาจ่าย ที่หักไปหักมาจากยอดรวมๆ อาจจะ 2,000 กว่าบาทต่อผู้มีสิทธิ จะเหลือโอนไปถึงโรงพยาบาลจริงเป็นเงินบำรุงโรงพยาบาลเพียงหลักร้อย ไม่ถึง 1,000 บาท
2. ผู้ป่วยใน
ส่วนแรก ตั้งราคาจ่ายไว้ที่ 8,350 บาท/adjRW แต่ต้องหักเงินเดือนก่อน
ส่วนสอง ถ้ารวมๆ ในเขตสุขภาพ มีคนไข้นอนรวมๆ เกินกว่าที่คาดการณ์จะถูกหารเงินใหม่เพื่อไม่ให้เกินจากวงเงินปลายปิดที่ตั้งไว้แบบ Global budget
ยิ่งรักษามากยิ่งเจ๊ง เพราะจ่ายต่ำกว่าทุน
แถมยิ่งถ้ารักษามาก รักษาโรคยากๆ แพงๆ ก็ยิ่งเจ๊ง
3. การตั้งรายการให้เบิกจ่ายรายรายการ ไม่ได้ปรับอัตราเบิกจ่ายตามเงินเฟ้อตามราคาที่เพิ่มขึ้นทุกปี และ เป็นการให้เบิกจ่ายตามการรักษา
4. มีรายการให้เบิกจ่ายเฉพาะโรค ซึ่งแต่ละโรคก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาของทุกพื้นที่ ทุกโรงพยาบาล แถมมีเงินไหลออกไปไม่เข้าโรงพยาบาล เช่น NGOs และ บริการนวัตกรรมต่างๆ
.
เงินรัฐบาลให้กองทุนแบบเต็มๆ มาโดยตลอด
ถ้าโรงพยาบาลรักษาน้อยก็เจ๊ง เพราะเงินเหมาจ่ายได้มาไม่พอกับค่าใช้จ่ายประจำ
แต่ถ้าโรงพยาบาลขยัน และพัฒนาเทคโนโลยี มีแพทย์เฉพาะทางมากๆ ก็ยิ่งเจ๊งเพราะรักษายิ่งมากยิ่งขาดทุน
สรุป.... เปลี่ยนที่การบริหารของ สปสช. จบ ?!"


