xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ อวดผลงาน ยิงตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำจมเรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา ดับ 83 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แถลงอวดผลงานยิงอาวุธจากเรือดำน้ำจมเรือรบอิหร่านในน่านน้ำสากลใกล้ชายฝั่งศรีลังกา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 83 คน ระบุเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ใช้ตอร์ปิโดจมเรือรบของศัตรู

วันนี้(4 มี.ค.) นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงต่อสื่อมวลชนว่า สหรัฐอเมริกาได้ใช้เรือดำน้ำยิงตอร์ปิโดโจมตีและจมเรือรบอิหร่านบริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกา เป็นการโจมตีกองกำลังอิหร่านนอกภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

เฮกเซธยืนยันว่า สหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือฟริเกตของอิหร่านชื่อ Iris Dena ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย ขณะเรือกำลังแล่นอยู่ใกล้ชายฝั่งศรีลังกา

“เรือดำน้ำอเมริกันได้จมเรือรบอิหร่านที่คิดว่าตนเองปลอดภัยในน่านน้ำสากล” เฮกเซธกล่าว พร้อมระบุว่าการโจมตีเกิดขึ้นช่วงดึกคืนวันอังคาร โดยเป็นปฏิบัติการของเรือดำน้ำกองทัพเรือสหรัฐฯ

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “มันถูกจมด้วยตอร์ปิโด เป็นความตายที่เงียบงัน และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่มีการจมเรือศัตรูด้วยตอร์ปิโด เช่นเดียวกับในสงครามครั้งนั้น เรากำลังต่อสู้เพื่อชัยชนะ”

เฮกเซธยังระบุด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้จมเรือสำคัญของอิหร่านที่เขาเรียกว่าเป็น “เรือรางวัล” นั่นคือเรือชื่อ “โซเลมานี” ซึ่งตั้งชื่อตามนายพลอิหร่าน กาเซม โซเลมานี ที่ถูกสหรัฐฯ สังหารในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วาระแรก

“ผมเดาว่าประธานาธิบดีจัดการเขาได้เป็นครั้งที่สองแล้ว” เฮกเซธกล่าว โดยอ้างถึงโซเลมานี

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศศรีลังกา วิจิตา เฮราธ เปิดเผยว่า หน่วยยามฝั่งศรีลังกาได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือรบอิหร่านลำดังกล่าวเมื่อเวลา 05.08 น. ของวันพุธ โดยลูกเรือรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดบนเรือ

เฮราธระบุว่า ภายในเวลา 06.00 น. ได้ส่งเรือรบออกไปหนึ่งลำ และอีกลำในเวลา 07.00 น. พร้อมชี้ว่าศรีลังกามีพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้นหาและกู้ภัยทางทะเลในการตอบสนองต่อสัญญาณขอความช่วยเหลือ

รายงานระบุว่า เรืออิหร่านลำดังกล่าวอยู่นอกน่านน้ำอาณาเขตของศรีลังกา แต่ยังอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ห่างจากเมืองกอลล์ไปทางตอนใต้ราว 44 ไมล์ทะเล (ประมาณ 81 กิโลเมตร)

อรุณา จายาเสการา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมศรีลังกา เปิดเผยว่า พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 83 ราย และสามารถช่วยเหลือลูกเรือได้ 32 คน โดยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองกอลล์

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ และ อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการโจมตีด้วยเรือดำน้ำครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความรุนแรง และเป็นการโจมตีกองทัพอิหร่านนอกภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

โฆษกกองทัพเรือศรีลังกา พุทธิกา สัมพัทธ์ ระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเป็นหลัก

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของศรีลังกาให้ข้อมูลว่า สถานทูตอิหร่านในกรุงโคลัมโบส่งสัญญาณผ่านช่องทางไม่เป็นทางการว่าเชื่อว่าเรือลำดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดยสหรัฐฯ พร้อมอ้างว่าระบบป้องกันและตอบโต้ของเรือถูกทำให้ใช้งานไม่ได้ด้วยวิธีทางแม่เหล็กไฟฟ้าก่อนการโจมตี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้แถลงอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของศรีลังกาอีกรายระบุว่า เรืออาจถูกตอร์ปิโด 2 ลูกโจมตีบริเวณกลางลำเรือ

ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีฐานทัพเรือหลักในมหาสมุทรอินเดีย อยู่ที่ ดิเอโก การ์เซีย ในหมู่เกาะชากอส ห่างจากศรีลังกากว่า 1,600 กิโลเมตร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน หลังการโจมตีอย่างหนักก่อนหน้านี้ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายรายเสียชีวิต รวมถึงการทำลายระบบขีปนาวุธและป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน

อิหร่านได้ตอบโต้ ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทั่วตะวันออกกลาง และระงับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ขณะที่การโจมตียังคงดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ห้า โดยอิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่อกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน