เปิดเบื้องหลังรอยร้าว 1,400 ปีที่ทำให้ชาติอาหรับยอมให้สหรัฐฯ ตั้งฐานทัพกำราบอิหร่าน 'นิติภูมิธณัฐ' วิเคราะห์เกมมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน-รัสเซีย ใครได้ใครเสียในสมรภูมินี้ พร้อมบทเรียนล้ำค่าจาก 'สายลับมอสสาด' ที่เทคโนโลยีก็แทนไม่ได้ กระตุกรัฐบาลไทยอย่าตัดงบราชการลับ
วันนี้ (4 มี.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย" นักวิชาการ นักการเมือง และนักจัดรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงจากการนำเสนอเรื่องราวต่างประเทศ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเปิดเบื้องหลังสงครามตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งซุนนีย์-ชีอะห์ สู่เกมมหาอำนาจโลก สหรัฐฯ-จีน-รัสเซีย ใครได้ใครเสีย? และทำไมไทยต้องกลับมาทบทวนเรื่อง ‘งบประมาณสายลับ’ หลังบทเรียนราคาแพงจากเอลี โคเฮน และสมรภูมิอิหร่าน โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"สงครามอิหร่าน-สหรัฐ+อิสราเอลทำให้เรานึกถึงสิ่งที่อยู่ใต้สมองของเพื่อนมุสลิมไทยที่เรารู้จักบางท่าน
แทนที่จะเล่าทัศนคติของตนเองที่มีต่อสงคราม
ท่านพูดประโยคแรกเลยว่า คนอิหร่านไม่ใช่มุสลิม
และนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่อยู่ใต้สมองของผู้นำซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ
ที่ให้สหรัฐฯ ไปตั้งฐานทัพในประเทศของตนเพื่อกำราบอิหร่าน
.......................
หลังนบีมุฮัมมัดถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ ค.ศ. 632
เกิดคำถามว่า ใครควรเป็นผู้นำโลกมุสลิมท่านต่อไป
มุสลิมสายซุนนีย์บอกว่าต้องเลือกผู้นำโดยฉันทามติของประชาคม
สายชีอะห์เชื่อว่าผู้นำต้องสืบสายจากครอบครัวท่านนบี (สายท่านอาลี)
และนี่คือความขัดแย้งที่กลายเป็นการแยกนิกายมายาวนานกว่า 1,400 ปี
.......................
ความต่างระหว่างศาสนาอิสลามนิกายซุนนีย์และชีอะห์ เปิดฟ้าส่องโลกไม่ขอพูดถึง
ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมารับใช้เพียงแต่จะอธิบายคอมเมนต์ในโพสต์ต่างๆ ว่า...
ทำไมบางประเทศในตะวันออกกลางจึงไม่ช่วยอิหร่าน แต่กลับช่วยสหรัฐฯ
.......................
ตอบคำถามที่ว่า จีนและรัสเซียเอาอย่างไรกับสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้
โดยสถานะของจีนและรัสเซียในปัจจุบัน ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะทำสงครามแบบเปิดหน้าสู้
และโดยธรรมชาติของรัสเซียกับจีนก็มักจะช่วยคนอยู่ข้างหลัง
ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าทั้งสองประเทศได้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารบางอย่างเข้าไปช่วยอิหร่านบ้างแล้ว
หากสหรัฐฯ และอิสราเอลชนะสงคราม ไม่เพียงแต่ทำลายอิหร่านเท่านั้น
ประโยชน์ข้างเคียงของสหรัฐฯ ที่ตามมาคือการได้ยับยั้งการเจริญเติบโตของจีน
เพราะจีนพึ่งพาน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติหลายประเภทจากอิหร่าน
.......................
รายได้ของสหรัฐฯ จำนวนไม่น้อยมาจากการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศต่างๆ
ระยะหลัง รัสเซียและจีนเริ่มขยับสถานะมาเป็นพ่อค้าอาวุธแข่งกับสหรัฐฯ
สงครามครั้งนี้สหรัฐฯ ใช้อิหร่านเป็นโชว์รูมแสดงแสนยานุภาพให้โลกได้เห็น
.......................
ส่วนอิหร่านแม้จะเสียเปรียบเพราะโดนรุมกินโต๊ะจากช่างตัดผม
สหรัฐฯ ที่มีความเชื่อตามช่างตัดผมทั่วไปว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว
แต่อิหร่านก็ได้ชื่อเสียงในเรื่องการสู้ไม่ถอย
เรื่องเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธที่ยิงไปในหลายประเทศในตะวันออกกลาง
.......................
อย่างหนึ่งซึ่งเราได้จากวันแรกของสงครามครั้งนี้ คือการทำลายคณะผู้นำของฝ่ายศัตรู
สิ่งที่ซ่อนอยู่จากการทำลายก็คือการมีสายลับที่มีคุณภาพ
ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลไทยในปัจจุบันลงทุนกับการสร้างสายลับมากน้อยแค่ไหน
เคยได้ยินผู้ใหญ่บางคนพูดว่า อ้า ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องมีสายลับแล้ว
.......................
การพูดแบบนี้ทำให้การดำเนินการเรื่องสายลับและราชการลับถูกตัดงบประมาณ
สมัยก่อนตอนที่ผมรับราชการเป็น ตชด.อยู่ตามชายแดนไทย-พม่า
ยังได้ทำงานร่วมกับพี่บางท่านที่ในสายตาคนทั่วไปก็คือพ่อค้าธรรมดา
แต่ในความเป็นจริงเป็นข้าราชการทหารที่มียศพลตรี ถูกส่งไปอยู่ในพม่าตั้งแต่เป็นร้อยตรี
.......................
อย่างในสงคราม 6 วันเมื่อ ค.ศ. 1967
นายเอลี โคเฮน ชาวยิวเชื้อสายอียิปต์ถูกหน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอลให้เข้าทำงาน
และปลอมตัวเป็นนักธุรกิจอาหรับที่ชื่อนายคาเมล อามิน ทาเบต
เข้าไปใช้ชีวิตในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรียระหว่าง ค.ศ. 1961-1965
จนกลายเป็นคนสนิทของชนชั้นนำฝ่ายทหารและการเมืองของซีเรีย
เข้างานเลี้ยงและงานประชุมลับทางทหาร
ได้ข้อมูลยุทธศาสตร์ระดับชาติ
และมีการคาดหวังว่าบุคคลผู้นี้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในอนาคต
.......................
นายโคเฮนแนะนำให้ทหารซีเรียปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่ทหาร
และส่งแผนที่ฐานปืนใหญ่ทั้งหมดไปให้ฝ่ายอิสราเอล
เมื่อเกิดสงคราม 6 วัน อิสราเอลใช้แนวต้นไม้ที่ทหารซีเรียปลูกไว้เป็นเป้าหมายโจมตี
และสามารถยึดที่ราบสูงโกลันได้ภายในเวลาไม่นาน
.......................
ต่อมาเมื่อซีเรียจับสัญญาณวิทยุลับได้จึงบุกจับโคเฮนคาหน่วยส่งข่าว
และประหารชีวิตที่กรุงดามัสกัส
.......................
เวลาผ่านไป 59 ปี ความสำเร็จในการฆ่าผู้นำสูงสุดและคณะผู้บริหารระดับสูงของอิหร่าน
ก็เป็นความสำเร็จจากการลงทุนเรื่องสายลับของอิสราเอล"


