xs
xsm
sm
md
lg

งานถนัด! ซีไอเอจ่อส่งอาวุธหนุนชาวเคิร์ด ปลุกลุกฮือล้มรัฐบาลอิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แฉแผนซีไอเอส่งอาวุธให้กองกำลังชาวเคิร์ดเข้าปะทะและตรึงทหารอิหร่านให้อยู่กับที่ เปิดทางประชาชนในเมืองใหญ่ลุกฮือโค่นล้มรัฐบาล เผย “ทรัมป์” ต่อสายตรงคุยแกนนำเคิร์ดแล้ว ด้านนักวิเคราะห์เตือนความเสี่ยงชาวเคิร์ดอาจถูกทิ้งกลางทาง

วันนี้ (4 มี.ค.) สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายรายที่คุ้นเคยกับแผนการว่า หน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐฯ (CIA) กำลังดำเนินการติดอาวุธให้แก่กองกำลังชาวเคิร์ด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลุกฮือของประชาชนในอิหร่าน

แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีการหารืออย่างต่อเนื่องกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอิหร่านและผู้นำชาวเคิร์ดในอิรักเกี่ยวกับการสนับสนุนทางทหาร ปัจจุบันกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดในอิหร่านมีกำลังพลหลายพันนายปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนอิรัก-อิหร่าน โดยเฉพาะในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก ซึ่งหลายกลุ่มได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะนับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยส่งสัญญาณถึงการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทหารในกองทัพอิหร่านแปรพักตร์

ในขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีกลุ่มชาวเคิร์ด และระบุเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) ที่ผ่านมาว่าได้ใช้โดรนหลายสิบเครื่องโจมตีกองกำลังเหล่านี้

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีรายงานว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับ มุสตาฟา ฮิจรี (Mustafa Hijri) ประธานพรรคประชาธิปไตยแห่งเคอร์ดิสถานอิหร่าน (KDPI) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ตกเป็นเป้าหมายของ IRGC นอกจากนี้ แหล่งข่าวระดับสูงของชาวเคิร์ดอิหร่านเผยกับ CNN ว่ากองกำลังต่อต้านคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินทางตะวันตกของอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยหวังพึ่งพาการสนับสนุนจากทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล

ทรัมป์ยังได้หารือกับผู้นำเคิร์ดในอิรักเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อวางแนวทางความร่วมมือในภารกิจนี้ ซึ่งการส่งอาวุธจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากชาวเคิร์ดในอิรักเพื่อให้เป็นทางผ่านและใช้พื้นที่ฐานปฏิบัติการ

แหล่งข่าวรายหนึ่งอธิบายว่าเป้าหมายคือการให้กองกำลังติดอาวุธเคิร์ดเข้าปะทะและตรึงกำลังความมั่นคงของอิหร่านไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านที่ไม่มีอาวุธในเมืองใหญ่สามารถออกมาประท้วงได้โดยไม่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงเหมือนช่วงความไม่สงบในเดือนมกราคม

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกรายเสริมว่า ชาวเคิร์ดสามารถช่วยสร้างความวุ่นวายและทำให้ทรัพยากรทางทหารของรัฐบาลอิหร่านถูกกระจายจนเบาบางลง ขณะที่บางแนวคิดมองไปถึงการให้ชาวเคิร์ดเข้ายึดและถือครองพื้นที่ทางตอนเหนือของอิหร่าน เพื่อสร้างเป็น "เขตกันชน" (Buffer Zone) ให้กับอิสราเอล

อเล็กซ์ พลิตซาส (Alex Plitsas) นักวิเคราะห์ความมั่นคงของ CNN มองว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามจุดติดกระบวนการโค่นล้มระบอบปกครองอิหร่านผ่านพันธมิตรเก่าแก่ในภูมิภาคอย่างชาวเคิร์ด อย่างไรก็ตาม เจน กาวิโต (Jen Gavito) อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ แสดงความกังวลว่าการติดอาวุธครั้งนี้อาจกระทบต่ออธิปไตยของอิรัก และเป็นการให้อำนาจแก่กลุ่มติดอาวุธที่ตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลได้เริ่มโจมตีฐานที่มั่นของทหารและตำรวจอิหร่านตามแนวชายแดนอิรัก เพื่อปูทางให้กองกำลังเคิร์ดเคลื่อนที่เข้าสู่อิหร่านตะวันตกเฉียงเหนือได้สะดวกขึ้น

ชาวเคิร์ดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีรัฐเป็นของตนเอง มีประชากรราว 25-30 ล้านคน กระจายอยู่ในตุรกี อิรัก อิหร่าน ซีเรีย และอาร์เมเนีย แม้จะมีประวัติความร่วมมือกับสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน แต่ก็มักจะลงเอยด้วยความรู้สึกว่าถูกสหรัฐฯ ทอดทิ้งเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป

เจ้าหน้าที่บางส่วนในรัฐบาลทรัมป์ยังแสดงความกังวลเรื่องความแตกแยกภายในกลุ่มเคิร์ดเอง ซึ่งมีความเห็นและอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน รวมถึงคำถามที่ว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะยั่งยืนเพียงใดหากผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายไม่สอดคล้องกันในระยะยาว