นายกฯ อิสราเอลยันการจับมือสหรัฐฯ เปิดศึกถล่มอิหร่าน เพื่อป้องกันเตหะรานครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ อ้างไม่ใช่สงครามที่ไร้จุดจบ แต่จะเปิดทางสู่สันติภาพ และประชาธิปไตยในอิหร่าน
วันนี้(3 มี.ค.) นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่กังวลว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลางอาจลุกลามกลายเป็น “สงครามไม่รู้จบ” โดยยืนยันว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่สันติภาพและประชาธิปไตยในอิหร่านในที่สุด
ในการให้สัมภาษณ์กับ ฌอน แฮนนิตี ทาง Fox News นายเนทันยาฮูกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ แท้จริงแล้ว นี่คือสิ่งที่จะเปิดศักราชแห่งสันติภาพที่เราไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการถึง”
เขายังย้ำข้อกล่าวอ้างว่า การดำเนินการทางทหารมีความจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานว่าอิหร่านใกล้จะได้ครอบครองอาวุธดังกล่าวมากขึ้นแต่อย่างใด
คำกล่าวอ้างดังกล่าว ซึ่งได้รับการสะท้อนโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขัดแย้งกับข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ประเมินว่า อิหร่านยังต้องใช้เวลาเกือบทศวรรษในการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่ “มีศักยภาพใช้งานทางทหารได้จริง”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้ความเห็นที่ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป ทั้งในเรื่องระยะเวลาของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน และประเด็นว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป ในการให้สัมภาษณ์กับ เจค เทปเปอร์ ทาง CNN เมื่อวันจันทร์(2 มี.ค.) ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่อยากเห็นมันยืดเยื้อนานเกินไป ผมคิดมาโดยตลอดว่ามันจะใช้เวลาสี่สัปดาห์ และตอนนี้เราก็เร็วกว่าแผนเล็กน้อย”
ทรัมป์ยังบอกกับ CNN ว่า คลื่นใหญ่ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านยังมาไม่ถึง พร้อมระบุเป้าหมายของสงครามต่อผู้สื่อข่าวว่า เขาต้องการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน ทำลายกองทัพเรือให้สิ้นซาก ยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ และหยุดยั้งการสนับสนุนอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธ นอกจากนี้ เขายังให้สัมภาษณ์กับ New York Post ว่า ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน
ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวสนับสนุนคำพูดของทรัมป์ โดยระบุว่า “การโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดยังมาไม่ถึง” แต่ก็เสริมว่า รัฐบาลทรัมป์เชื่อว่า เป้าหมายของปฏิบัติการต่ออิหร่าน “สามารถบรรลุได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารภาคพื้นดิน”


