“อู๋ spin9” วิเคราะห์วิกฤตปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางครั้งประวัติศาสตร์ กระทบหนักสายการบินเบอร์ต้นของโลกหากคุมสถานการณ์ไม่ได้ ทำคนเดินทางเคว้ง-ตั๋วบินตรงพุ่งกระฉูด และอาจส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินเปลี่ยนไปตลอดกาล
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เฟซบุ๊ก “Aticharn Cherngchavano“ ของ อู๋ Spin9 คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายเทคโนโลยี ยานยนต์ ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์โลกการบินกำลังสั่นสะเทือน หลังมีการสั่ง "ปิดน่านฟ้า" ครั้งประวัติศาสตร์ในตะวันออกกลางรอบนี้
โดยระบุว่า “ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางครั้งนี้ อาจเปลี่ยนอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์อย่างยิ่งใหญ่
- ครั้งนี้คือการปิดน่านฟ้าที่ยาวนานที่สุดของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่มีสายการบินยักษ์ใหญ่ทั้ง Emirates (ฝูงบิน ~260 ลำ), Qatar (~270 ลำ), Etihad (~120 ลำ) และสนามบินยักษ์ใหญ่อย่างดูไบ DXB และโดฮา DOH
- ฮับการบินในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เป็นศูนย์กลางของเที่ยวบินทรานสิต เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค โดยเฉลี่ยมีผู้โดยสารมาเปลี่ยนเครื่องบินที่ตะวันออกกลางประมาณวันละ 100,000 คน
- สายการบินตะวันออกกลางได้เปรียบสายการบินอื่นๆ อย่างมาก ถ้าสังเกตเราจะรู้ว่าสายการบินเหล่านี้เติบโตเร็ว ขยายเส้นทางบินไปยังเมืองเล็กใหม่ๆ ได้มาก เพิ่มความถี่ในการบินจากเมืองใหญ่สู่ฐานในตะวันออกกลางได้มาก สร้างความหรูหราทั้งห้องโดยสาร การบริการ สนามบิน เลานจ์ต่างๆ ได้อย่างยิ่งใหญ่ ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย รวมสามารถถึงสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ได้ในจำนวนมหาศาลในระดับที่สายการบินอื่นๆ ตกใจ ที่นอกจากสายการบินเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแล้ว ยังมีต้นทุนค่าน้ำมันที่ถูกกว่าสายการบินอื่นๆ เนื่องจากเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนในสัดส่วนเยอะมากในอุตสาหกรรมการบิน จึงสามารถทำราคาค่าตั๋วโดยสารได้ดีมาก และเป็นตัวเลือกของผู้โดยสารที่เดินทางข้ามภูมิภาค (ที่ต้องเปลี่ยนเครื่องที่ตะวันออกกลาง) อยู่อย่างสม่ำเสมอ
- ผู้โดยสารที่เคยเป็นลูกค้าของสายการบินกลุ่มตะวันออกกลางเหล่านี้ ไม่เคยได้รับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยมาก่อน ทุกสายการบินมี safety record ที่ดีมากๆ ไว้ใจได้มาก
- จนกระทั่งเกิดเหตุสู้รบในครั้งนี้ มีผู้โดยสารติดค้างที่หลายเมืองในตะวันออกกลางหลายหมื่นคน โดยที่ไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะติดค้างถึงเมื่อไหร่ และยังถูกซ้ำเติมด้วยสนามบินหลัก มีความเสียหายจากการถูกโจมตี
- ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่ติดอยู่ที่ตะวันออกกลางเท่านั้น แต่กระทบถึงคนที่มีตั๋วโดยสารของสายการบินตะวันออกกลางด้วย ที่ไม่รู้จะเดินทางได้ตามกำหนดไหม และกังวลถึงความปลอดภัยแม้จะเดินทางได้ หลายคนเลือกที่จะซื้อตั๋วใหม่ ด้วยสายการบินที่ทำการบินตรงเชื่อมโยงเอเชีย-ยุโรป หรือเอเชีย-อเมริกา โดยไม่ผ่านการทรานสิตที่ตะวันออกกลาง
- การปิดน่านฟ้า ทำให้สายการบินอื่นๆ หลายสายการบิน ต้องบินอ้อมจากเส้นทางปกติ ส่งผลให้ใช้เวลานานขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น และอาจจะไม่สามารถหมุนเวียนเครื่องบินได้ตามตารางบินที่วางแผนไว้
- ราคาตั๋วของสายการบินที่ทำการบินตรง เชื่อมโยงแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกันโดยไม่ผ่านตะวันออกกลาง พุ่งสูงขึ้นแล้วในวันนี้
- นอกจากตั๋วโดยสารทั่วไปแล้ว การขนส่งสินค้า Air Cargo ก็ได้รับผลกระทบด้วย
- ยังไม่รู้ว่าจะปิดน่านฟ้าไปอีกนานเท่าไหร่ และถึงจะกลับมาเปิดน่านฟ้าได้ต้องใช้เวลาในการเคลียร์ผู้โดยสารตกค้างอีกหลายวัน เพราะยังมีเครื่องบินของสายการบินหลักนับร้อยลำ ตกค้างอยู่ที่สนามบินอื่นๆ ทั่วโลก
คำถามสำคัญคือ ถ้าในอนาคตมีตัวเลือกของสายการบินตะวันออกกลาง ที่ราคาถูกกว่าสายการบินอื่นๆ ประมาณ 20-30% (เหมือนก่อนหน้านี้) คุณจะยังเลือกสายการบินตะวันออกกลางอยู่เหมือนเดิมหรือไม่?"


