xs
xsm
sm
md
lg

‘ปิยบุตร’ ทิ้งทวนบทเรียนพรรคมวลชน! เตือนสติอย่าปล่อย ‘ประชาธิปไตยเฟ้อ’ จนไร้วินัย-จี้แก้ดรามาภายใน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทิ้งทวนบทเรียนล้ำค่า! 'ปิยบุตร' ร่ายยาวนิยาม 'พรรคมวลชน' ที่แท้จริง ชี้ต้องมีวินัยและยึดหลัก 'รวมศูนย์ประชาธิปไตย' เตือนอย่าปล่อยให้พรรคเป็นเพียงยานพาหนะชุบตัวบุคคลจนไร้เอกภาพ ก่อนประกาศแยกทางเดินไปทำงานที่ค้างไว้ พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์รวมผลงานและหนังสือเล่มใหม่ภายในปีนี้

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการกฎหมายมหาชนและนักการเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้ให้เห็นว่า "พรรคมวลชน" ที่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงสังคม ไม่ใช่พรรคที่ไร้ระเบียบหรือเป็นเพียงเครื่องมือสร้างสถานะให้รายบุคคล แต่ต้องเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพผ่านหลักการ "รวมศูนย์ประชาธิปไตย" ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"ในความรับรู้และการค้นคว้าศึกษาของผม ไม่มีทฤษฎีพรรคมวลชนจากสำนักไหน บอกเราว่า การเป็นพรรคมวลชน คือการเป็นพรรคที่ไม่จำเป็นต้องมีคณะนำ ไม่ต้องมีศูนย์การนำตัดสินใจ การเป็นพรรคที่ไม่ต้องมีวินัย คนของพรรคอยากแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์พรรคก็สามารถทำในที่สาธารณะอย่างเสรี ตามอำเภอใจ โดยไม่อภิปรายกันภายในพรรคให้ตกไปเสียก่อน
การเป็นพรรคที่กลายเป็นยานพาหนะให้ปัจเจกบุคคลมาใช้เพื่อให้ตนเองได้ขยับสถานะทางชนชั้นขึ้นเป็นมหาอำมาตย์ทางการเมืองรายใหม่ หรือได้มีแสงส่องมาที่ตนเอง

การเป็นพรรคที่กระจายอำนาจออกไปในแต่ละพื้นที่ จนศูนย์การนำควบคุมสั่งการไม่ได้ การเป็นพรรคที่ใครมิได้ดังใจ มิได้รับตำแหน่ง หรือมิได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ออกมาโจมตีพรรค การเป็นพรรคที่มีจำนวนสมาชิกมากๆ แต่สมาชิกไม่ได้มีความคิดเป็นเนื้อเดียวกันกับพรรค ไม่ได้มีส่วนร่วม หรือทำกิจกรรมกับพรรค หากเป็นเพียงยอดจำนวนที่ทำให้ครบถ้วนตามกฎหมายและทำให้ได้เงินสนับสนุนจากกองทุนพรรคการเมืองเท่านั้น

พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหลอมรวมประชาชน และทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงสังคมขนาดใหญ่ ต้องประสาน 2 สิ่งที่อาจขัดแย้งกันเข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือ รวมศูนย์ + ประชาธิปไตย มิใช่รวมศูนย์จนไม่ฟังใคร จนกลายเป็นเผด็จการภายในพรรค ตัดสินใจโดยคนเดียวหรือไม่กี่คน และมิใช่ประชาธิปไตยเฟ้อ ใครอยากทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องมีวินัย แต่ต้องเป็นพรรคที่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจ แต่การตัดสินใจนั้นผ่านการถกเถียงอภิปรายกันภายในอย่างถึงที่สุด และปฏิบัติตามข้างมาก

สภาพการณ์เช่นนี้เกิดได้ต้องมีการประชุม ในเรื่องสำคัญๆ มีระเบียบวาระ มีการตระเตรียมความเห็น เข้ามาเสนอตามระเบียบวาระ ถกเถียงกันให้ตก และต้องใช้วิธี "วิจารณ์ - สามัคคี - วิจารณ์" กันอย่างเต็มที่ และยุติกันในที่ประชุม ปัญหาของพรรคในเวลานี้ ก็คือว่าได้ขัดเกลาความคิดและพฤติกรรมของแกนนำ ผู้ดำรงตำแหน่ง นักการเมืองของพรรค ผู้ปฏิบัติงานของพรรค ให้เข้าใจวิธีการเช่นนี้แล้วหรือยัง?

หากยังแก้ประเด็นนี้ไม่ตก วันข้างหน้าก็จะมีดรามาเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนไปวนมา จนต้องแก้ปัญหาดรามาหยุมหยิมจนไม่ได้ทำงานใหญ่"



ต่อมาเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความอีกว่า หลังจากเสร็จสิ้นการปราศรัยครั้งสุดท้ายที่ขอนแก่น และเดินสายบรรยายให้ความรู้รวมถึงปลอบใจผู้สมัคร ส.ส.หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น ถือว่าได้ปลดเปลื้องพันธะกับพรรคประชาชนครบถ้วนแล้ว และขอประกาศกลับมาใช้เสรีภาพในการคิด พูด และเขียนในฐานะปัจเจกบุคคล โดยไม่เกี่ยวข้องหรือกระทำในนามพรรคการเมืองอีกต่อไป

เตรียมมุ่งเน้นงานวิชาการและงานเขียนที่ค้างไว้ เช่น ทฤษฎีการเมือง การก่อตั้งพรรค และบันทึกการเดินทาง รวมถึงเตรียมเปิดตัวเว็บไซต์รวบรวมผลงานทั้งหมด และตั้งเป้าออกหนังสือใหม่ 1 เล่มภายในปีนี้ ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายให้กำลังใจพรรคประชาชนให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางข้างหน้า