ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม สรุปผลกระทบเบื้องต้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง เตือนราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้นแน่นอน หากยืดเยื้ออาจกระทบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง พร้อมแนะประชาชนรัดเข็มขัด เตรียมเงินสำรองรับความเสี่ยง
วันนี้ (1 มี.ค.) เฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม) ได้แสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางว่า ประเด็นที่ไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดคือ “ราคาน้ำมัน” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบเศรษฐกิจ โดยคาดว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ประเทศไทยจะมีน้ำมันสำรองประมาณ 61 วัน และกำลังมีการจัดส่งเพิ่มอีก 18 วัน จึงยังไม่น่ากังวลเรื่องการขาดแคลนในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หากเกิดการปิดช่องแคบสำคัญและสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจพุ่งแตะ 100-120 หรือแม้แต่ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากระดับประมาณ 70 เหรียญก่อนเกิดเหตุ ซึ่งอาจทำให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับขึ้นถึงลิตรละ 50-60 บาทหรือมากกว่านั้น แม้กองทุนน้ำมันจะยังอยู่ในสภาพพอรองรับแรงกระแทกได้ แต่หากวิกฤตยืดเยื้อก็อาจเผชิญแรงกดดันหนักขึ้น
ในส่วนของก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าและใช้ในครัวเรือน ก็มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการส่งออกผ่านเส้นทางสำคัญในภูมิภาค แม้ไทยสามารถผลิตก๊าซได้เองเกือบเพียงพอ แต่ยังต้องนำเข้าบางส่วน จึงอาจได้รับผลกระทบด้านราคา แม้คาดว่ายังพอสามารถตรึงราคาได้ระยะหนึ่ง
ด้านการเดินทาง ผศ.ดร.ธรณ์ระบุว่า ตะวันออกกลางถือเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลก หากเส้นทางบินหรือสนามบินได้รับผลกระทบจะส่งผลต่อเที่ยวบินและค่าโดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่องในภูมิภาคดังกล่าว ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง รวมถึงธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น และต้องจับตาผลระยะยาวจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนเดินทางที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธรณ์แนะนำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และเตรียมเงินสำรองในครอบครัว เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า หากสงครามยุติลงในเวลาอันสั้นผลกระทบอาจจำกัดวง แต่หากยืดเยื้อ ความรุนแรงทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา


