“มะพร้าวน้ำหอมไทย” กำลังเข้าสู่ยุคมืด! ผู้ประกอบการแฉความจริงเบื้องหลังราคาตกต่ำเกือบปี ไม่ใช่แค่เรื่องกลไกตลาด แต่คือ "สงครามต้นทุน" ที่ไทยกำลังพ่ายแพ้ให้กับเวียดนามยับเยิน ชี้ชัดกฎหมายไทยคือ "โซ่ตรวน" ที่ล่ามขารายย่อย ห้ามแปรรูป-ปิดกั้นนวัตกรรม ปล่อยให้เพื่อนบ้านคาบพุงปลาไปกิน ขณะที่เกษตรกรไทยทำได้แค่ 'ปลูกของดี' แต่รอวันเจ๊ง
จากกรณี วิกฤตมะพร้าวน้ำหอม ราคาหน้าสวนทรุดยาวเกือบปี แม้ดีมานด์ต่างประเทศสูง ผู้ปลูกชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง—อำนาจต่อรองไม่เท่ากัน ข้อมูลราคาไม่โปร่งใส เตือนหากไม่ปฏิรูปตลาด เกษตรกรรายย่อยเสี่ยงหลุดระบบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Kidsada Tasawad" ผู้จำหน่ายเนื้อมะพร้าวอ่อนในพื้นที่หัวหิน และปราณบุรี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวเช่นกัน โดยเจ้าตัวชี้ว่า วิกฤติราคามะพร้าวในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องกลไกตลาดทั่วไป แต่คือ "สงครามต้นทุน" ที่ไทยกำลังพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ซึ่งได้เปรียบทั้งด้านค่าแรง การขนส่ง และนโยบายรัฐที่สนับสนุน จนสามารถทำราคาถูกกว่าไทยถึง 50% และรุกคืบเข้าสู่ตลาด Mass อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
"มีหลายคนตามมาถามผมเรื่องวิกฤติราคามะพร้าว ในส่วนราคา มหภาค ผมมองว่ามันคือ กลไกตลาด เมื่อวันนี้เรามีประเทศคู่แข่ง ที่การเกษตรแข็งแกร่ง และการเมืองที่ดี การทํานโยบายทางการเกษตรดี สามารถทำราคาและแมสโปรดักส์ได้ดีกว่า
ประเทศไทยจึงเหลือแค่ ชื่อเสียงเดิมที่สะสมมา หลายคนอาจมองว่าปัญหาตอนนี้คือการโดนต่างชาติคุม Supply Chain แต่ในความเป็นจริงของโลกการค้า มันคือ "สงครามต้นทุน" ที่เรากำลังเผชิญครับ
เมื่อ 2-3 ปีก่อน ราคาที่พุ่งสูงทำโรงงานจีนสะดุ้ง และนั่นคือ "โอกาสทอง" ที่เวียดนามคว้าไว้ได้ทันที เขาใช้ต้นทุนที่ถูกกว่า ทั้งค่าแรงและ Logistics บุกเข้าหาลูกค้า ในราคาที่ถูกกว่าไทย 50% ทุกวันนี้เวียดนามมีพื้นที่ปากแม่น้ำมหาศาลที่ศักยภาพใกล้เคียงเรา เขาไม่ได้มาเล่นๆ แต่เขามาเพื่อเขี่ยเราออกจากตลาด Mass! เราสู้ด้วยคุณภาพ... แต่มันยังไม่พอ!
ถ้าสุดท้ายเรายังติดกับดักการขายเป็น "ผลสด" ที่ถูกกดราคาตามใจชอบของล้งและพ่อค้าคนกลาง กฎหมายที่ปิดกั้น คือ "กำแพง" ที่ขวางความรวยของเกษตรกร ทางออกคือการแปรรูปมูลค่าสูง แต่ดูความเป็นจริงที่น่าอนาถใจครับ
เราอยากทำ "สุรามะพร้าว" ระดับ Premium เพื่อแข่งกับโลก แต่กฎหมายสุราและมาตรา 32 กลับเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามขาเราไว้
ในขณะที่ประเทศอื่นสนับสนุนนวัตกรรมแบบเปิดกว้าง แต่ไทยเรากลับมีกฎหมายที่เอื้อทุนใหญ่และปิดตายโอกาสของรายย่อย
ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในตอนนี้แหละครับ คือ "จุดเดือด" ที่จะพิสูจน์ว่าเราจะทนกันได้อีกนานแค่ไหน คนๆ เดียวเปลี่ยนกฎหมายไม่ได้ แต่ถ้าคนทั้งวงการเดือดร้อนจนถึงขีดสุด มันจะนำไปสู่การถกเถียงที่ทรงพลังและการรื้อโครงสร้างที่ห่วยแตกนี้ออกไป
มะพร้าวน้ำหอมไทยมีศักยภาพระดับโลก แต่ถ้าโครงสร้างกฎหมายและการตลาดของรัฐยังไม่ขยับ เราก็เป็นได้แค่ "คนปลูกของดี" ที่ต้องนั่งมองประเทศเพื่อนบ้านคาบพุงปลาไปกิน"


