xs
xsm
sm
md
lg

แชร์ประสบการณ์เตือนสังคม! คดีถูกวางยา-ข่มขืน เหยื่อสู้ยาว 7 ปี ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้เสียหายรายหนึ่งตัดสินใจเล่าเรื่องราวชีวิตหลังตกเป็นเหยื่อถูกวางยาและล่วงละเมิดทางเพศย่านข้าวสาร ก่อนเดินหน้าต่อสู้คดีนานกว่า 7 ปี จนศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกจำเลย 4 ปี พร้อมเปิดขั้นตอนรับมือ เก็บหลักฐาน และดำเนินคดีอย่างละเอียด หวังเป็นความรู้ให้สังคม

วันนี้ (24 ก.พ.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ส่วนตัวหลังตกเป็นเหยื่อคดีวางยาและข่มขืน โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนขณะไปเที่ยวกับเพื่อนบริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นการออกไปสังสรรค์ไม่บ่อยนัก และไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น

เจ้าตัวเล่าว่า ขณะอยู่ที่ร้านเพื่อนคนหนึ่งมีอาการผิดปกติคล้ายจะอาเจียนและปวดศีรษะรุนแรงจึงพากลับที่พัก เหลือเธอเฝ้าโต๊ะเพียงลำพัง ก่อนที่ความทรงจำจะขาดหายไป มารู้สึกตัวอีกครั้งในช่วงเที่ยงของวันถัดมาที่บ้านชายแปลกหน้าในย่านพระรามสอง ภายหลังทราบว่าถูกวางยา

หลังเกิดเหตุเพื่อนๆ ได้ช่วยกันตามหา แจ้งตำรวจ และประสานตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมถึงรวบรวมข้อมูลจากไลน์ของผู้ต้องหา จนนำไปสู่การติดตามตัวและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้เสียหายย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดหลังรู้ตัวคือ “ห้ามอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า” ต้องรีบไปสถานีตำรวจเพื่อขอใบนำส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลโดยเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเก็บหลักฐานทางการแพทย์ ทั้งบาดแผล สารคัดหลั่ง และตรวจเลือดหาสารเสพติดหรือยาที่อาจถูกใช้ก่อเหตุ พร้อมทั้งต้องรับประทานยาป้องกันการตั้งครรภ์ฉุกเฉิน และยาต้านไวรัสตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

ในด้านกฎหมาย เธอระบุว่าผู้เสียหายต้องแจ้งความในท้องที่เกิดเหตุ และสามารถเลือกให้ตำรวจดำเนินสำนวนส่งอัยการฟ้อง หรือจ้างทนายความฟ้องเองก็ได้ พร้อมแนะนำให้ติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนัดสืบพยาน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้เสียหายต้องไปให้การต่อศาลด้วยตนเอง

เธอเล่าว่าคดีใช้เวลายาวนานกว่า 7 ปี เนื่องจากกระบวนการในชั้นอุทธรณ์และฎีกา รวมถึงช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การพิจารณาคดีล่าช้า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี

นอกจากขั้นตอนทางกฎหมาย ผู้เสียหายยังเน้นย้ำถึงการดูแลสุขภาพจิต แนะนำไม่ควรอยู่ลำพัง ควรมีครอบครัวหรือเพื่อนใกล้ชิดคอยสนับสนุน หากมีอาการเครียดรุนแรงควรพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษา

เธอขอความร่วมมือไม่ให้ติดต่อสอบถามหรือให้กำลังใจผ่านช่องทางส่วนตัว เนื่องจากสภาพจิตใจยังเปราะบาง แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เป็นเหยื่อคดีทางเพศสามารถติดต่อมาขอคำปรึกษาได้ พร้อมทิ้งท้ายว่า

“อย่าอาย อย่ากลัว คนที่ควรอายไม่ใช่ผู้เสียหาย และเรื่องแบบนี้ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด”

โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อจำนวนมาก โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ และชื่นชมที่กล้าออกมาแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเป็นความรู้และแนวทางรับมือแก่สังคม