เพจ "ประชาคมแพทย์" ออกโรงจี้ถามความรับผิดชอบและจิตวิญญาณของแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 8 ท่านในบอร์ด สปสช. ให้หยุดความนิ่งเฉยต่อมติหั่นงบวัคซีน IPD ที่มีอยู่ 200 ล้านบาท แต่กลับอนุมัติใช้เพียง 20 ล้านบาทเพื่อฉีดแบบ "นำร่อง" ทิ้งเด็กเกิดใหม่อีกนับแสนคนนอกพื้นที่ให้รับความเสี่ยง พร้อมแฉเบื้องหลังอำนาจมืดของกลุ่ม "อัศวินอนาล็อก" ที่ยึดติดกับการกอดงบประมาณมากกว่าชีวิตเด็ก ทวงถามจุดยืนแพทย์ชั้นผู้ใหญ่... เหตุใดจึงปล่อยให้คนที่ไม่ใช่หมอ ออกมาให้ข้อมูลบิดเบือนความคุ้มค่าของวัคซีนระดับโลกต่อสังคม
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. เพจ "ประชาคมแพทย์" ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามถึงความเงียบของแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ 8 ท่านในบอร์ด สปสช. (จากทั้งหมด 30 ท่าน) กรณีมีมติจ่ายงบเพียง 20 ล้านบาทเพื่อ "นำร่อง" ฉีดวัคซีน IPD ในบางพื้นที่ ทั้งที่มีงบประมาณรองรับถึง 200 ล้านบาท ซึ่งมองว่าเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำและทอดทิ้งเด็กที่เกิดนอกพื้นที่นำร่อง ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า
"หมอ 8 คน ในบอร์ด สปสช 30 คน. : ความเงียบในยุค “อัศวินอนาล็อก”
ประชาคมแพทย์ ขอเขียนด้วยความเคารพต่อคุณหมอทั้ง 8 ท่านในบอร์ด สปสช. ซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ หลายท่านคือครูของครู เป็นนักวิชาการ นักบริหาร และผู้นำทางความคิดของระบบสาธารณสุขไทย แต่ในจังหวะที่สังคมกำลังตั้งคำถามต่อมติบอร์ด สปสช. เรื่องการจัดสรรงบวัคซีน IPD ที่เลือก “นำร่องบางพื้นที่” ทั้งที่มีกรอบงบประมาณ 200 ล้านบาทอยู่แล้ว และมีการอนุมัติจ่ายเพียง 20 ล้านในระยะแรก ขณะที่อีก มากกว่า 180 ล้านยังไม่กระจายฉีดเด็กที่เกิดปีนี้ทั่วประเทศ — ความเงียบของผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ กลายเป็นคำถามที่หนักหนา ในขณะที่บอร์ดสปช 1 คนที่ไม่ใช่หมอ กลับออกมาให้ความเห็นดังนี้
นายนิมิตร์ เทียนอุดม บอร์ด สปสช. แจงเหตุผลความคุ้มค่ากรณีวัคซีน IPD โดยเปรียบเทียบงบจัดซื้อสูงถึง 200-400 ล้านบาทต่อปี กับค่ารักษาพยาบาลเด็กป่วยจริงเพียงหลักล้านบาท ทำให้ต้องเน้นศึกษาข้อมูลเชิงลึกและเจรจาต่อรองราคาให้ถูกลงก่อนบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์หลัก เพื่อให้การใช้งบประมาณคุ้มค่าสูงสุด
ในบอร์ดสปสช. 30 คน มีคนเป็นหมอเพียง 8 คนที่เหลือ 22 คนไม่ใช่หมอ ซึ่งรวมทั้งคุณนิมิตร์ ท่านนี้ด้วย เรารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่คุณหมอ ที่เป็นกรรมการบอร์ดด้วยกัน ผู้ที่ได้รับรางวัล จงเจตน์เมธีวิชญ์ คุณหมออดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อ และคุณหมออีกหลายท่าน ปล่อยให้กรรมการที่ร่วมงานกัน มีความเข้าใจผิดอย่างนี้ได้อย่างไร แค่ค่ารักษาก็ไม่ถูกต้องแล้วเพราะจำนวนเคสที่แท้จริงมันไม่ใช่ 150 เคสมันเป็นหลายพันเคส ค่ารักษามันจึงต้องเป็น 50 เท่า ถ้าไม่เชื่อ ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แล้วจะเชื่อใคร และแถมเบอร์เด้นของผลข้างเคียงเช่นเด็กที่พิการเด็กที่หูหนวก ค่าใช้จ่ายทางอ้อมต่างๆ ถ้าคำนวณ ความทุกข์ทรมาน พ่อแม่ที่ต้องมาเฝ้า และ อนาคตของประเทศที่สูญเสียกรณีพิการหรือเสียชีวิต ทั่วโลกเขาพิสูจน์แล้วว่ามันคุ้ม มันไม่ต้องพิสูจน์อีก ไม่รู้ว่า ใน การประชุมร่วมกัน คุณหมอทั้ง 8 ท่านหายไปไหนหรือ?
การคำนวณ ผลเสียของโรคที่มันไม่ใช่เรื่องค่ารักษาอย่างเดียว ปล่อยให้คนที่ไม่ใช่หมอ รับรู้และให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน แก่สังคม ใครอ่านบทความนี้ไม่ต้องไปโทษ NGO ท่านนี้นะครับ เราเชื่อว่า เขาเป็นตัวแทนของ คนที่มีอำนาจที่แท้จริงของสปสช. จนกระทั่งมีความกล้าออกมาพูดในเรื่องนี้สวนกระแสหมอเด็กทั่วประเทศ
เราขอเอ่ยนาม คุณหมอ ที่ร่วมเป็นกรรมการบอร์ดกับ NGO ท่านนี้ ทุกท่าน ด้วยความเคารพ
1. ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี อดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อ ท่านย่อมมีความเชี่ยวชาญด้านวัคซีนเป็นอย่างดี ท่านมาเป็นกรรมการในฐานะผู้แทนแพทยสภา
2. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเป็น กุมารแพทย์ด้วยซ้ำ ถ้าท่านเอาหมวก ปลัดกระทรวงออก ท่านก็ทราบดีถึง ความสำคัญของวัคซีน IPD แถม กรมควบคุมโรค ในสังกัดของท่านยังเห็นต่างจากสปสช.ด้วยซ้ำ คือ เห็นควรให้ฉีดทั้งประเทศ
3. นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้แทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งก็เป็นกุมารแพทย์ ที่สั่งวัคซีน IPD ให้เด็กไปหลายพันคนแล้ว
4. นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร นักวิจัยผู้ได้รับรางวัล “จงเจตน์เมธีวิชญ์” ประจำปี 2568 เป็นรางวัลใหม่ที่เชิดชูนักวิจัยไทยผู้สร้างสรรค์งานวิจัยเชิงประจักษ์ ท่านย่อมรู้ซึ่งถึง ประโยชน์ของวัคซีน IPD แน่นอน จาก ผลงานนักวิจัยทั่วโลก
5. ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เคยปาฐกถา ในพิธีมอบรางวัล “จงเจตน์เมธีวิชญ์” ให้ท่านที่ 4 ซึ่ง มหิดล เป็น มหาวิทยาลัยที่ผลิตแพทย์จำนวนมาก
6. นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับวัคซีนที่เป็นประโยชน์แน่นอน
7. นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ทางเลือก
8. นพ.วิชัย โชควิวัฒน ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านผู้สูงอายุ
ทุกท่านย่อมทราบดีว่า วัคซีน IPD ไม่ควรใช่โครงการทดลองอีกต่อไป และไม่ใช่นโยบายที่ต้องพิสูจน์อีกแล้ว หลักฐานเชิงประจักษ์ทั่วโลกชัดเจนว่าเป็นวัคซีนพื้นฐานที่ลดการเสียชีวิต ลดความพิการ และลดภาระงบประมาณระยะยาวของระบบได้จริง
คำถามจึงไม่ใช่ว่า “จำเป็นหรือไม่” แต่คือ “ทำไมจึงทำแค่นำร่อง และไม่ยอมปูพรมทั่วประเทศ” ทั้งที่มีงบ 200 ล้านแล้ว
การเลือกจ่าย 20 ล้านในบางพื้นที่ ขณะที่เด็กเกิดใหม่อีกหลายแสนคนอยู่นอกพื้นที่นำร่อง เท่ากับสร้างความเหลื่อมล้ำตั้งแต่วันแรกของชีวิต
เด็กคนหนึ่งได้สิทธิ์ เด็กอีกคนไม่ได้ ทั้งที่เกิดปีเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน เพียงเพราะเขาอยู่นอกโครงการนำร่อง นี่คือหลักคิดของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจริงหรือ?
ทำไมจึงพยายาม หาหลังพิงฝา ด้วย การนำเรื่องนี้ไปสู่ website เพื่อประชาพิจารณ์ ซึ่ง แน่ใจว่า คนมาตอบ จะมีความรู้จริงหรือ เหมือน จะหาทางลงแบบไม่ให้หน้าแตก และมีการชี้นำไม่ครบถ้วนเชิงว่า เห็นไหม นำร่อง แล้ว เรากำลังมีวัคซีน มาใช้แล้ว
>>>>> คนโหวต เห็นด้วย (โดยมีข้อความนำร่อง ตัวเล็กๆ ยากที่ ใครจะไปอ่าน)
>>>> ทั้งหมดนี้ ในการที่บอร์ด ที่ ตัดสินใจเรื่อง มาทำ ประชาพิจารณ์ มัน ให้อารมณ์ แบบ คนมีทิฐื ไม่ เชื่อ สมาคมกุมาร ไม่
เชื่อ แพทย์ ที่มี Authority ด้าน โรคติดเชื้อในเด็ก และ ต้องการ ทำเนียน ว่า นี่ไง เรากำลัง Start โครงการแล้ว ทั้งๆ ที่ ทุกเสียงของ หมอเด็ก เห็นว่า ต้อง ปูพรม ให้เด็กเล็กทั่วประเทศ ทันทีด้วยงบ 200 + ล้าน บาท เรามั่นใจว่า ไม่ใช่ทิฐิ ของ บอร์ดทั้งหมด
แต่เป็นทิฐิ ของ ผู้มีบารมี นอกบอร์ด เพียงไม่กี่คน หรือ อาจจะเป็นแค่ คนเดียว ด้วยซ้ำ และในบริบทนี้ เราเคยใช้คำว่า — “อัศวินอนาล็อก”
อัศวินอนาล็อก คือใคร?
คือกลุ่มคน หรือ คน ที่ยังยึดติดกับวิธีคิดแบบเก่า วัดความสำเร็จจากการ “กันงบไว้ก่อน” มากกว่าการลงทุนเชิงป้องกันระยะยาว
คือผู้ที่ภูมิใจกับการประหยัดงบ 180 ล้านในปีนี้ โดยไม่คำนวณต้นทุนความพิการ ค่า ICU หรือค่าใช้จ่ายตลอดชีวิตของเด็กคนหนึ่งในวันข้างหน้าถ้าเสียงของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 8 ท่านเงียบทั้งๆที่เป็นแพทย์ ที่เป็นกรรมการบอร์ดปล่อย ให้ "คน ที่ ไม่ ใช่ แพทย์ "ที่ เป็น กรรมการ บอร์ดออกมาให้ความเห็นปกป้องเหตุผลที่จำกัดวัคซีนให้เฉพาะการนำร่องสังคมก็อดถามไม่ได้ว่า
มีอะไรปิดปาก แพทย์ทั้ง 8 ท่านหรือไม่หรือเสียงของท่านไม่ดังพอเมื่อเผชิญกับอิทธิพลของ “อัศวินอนาล็อก” บางคนในระบบ
ประชาคมแพทย์ไม่ได้กล่าวหาแต่เรากำลังเรียกร้องความโปร่งใสหากท่านเห็นด้วยกับการนำร่อง ก็ขอเหตุผลเชิงวิชาการต่อสาธารณะหากท่านไม่เห็นด้วยกับการทำแค่เพียงนำร่อง แต่เห็นด้วยกับการปูพรมเด็กเล็กทั่วประเทศในปีนี้ ก็ขอให้เสียงนั้นถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์และ ออกมาเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบด้วยแม้ท่านจะเป็นเสียงส่วนน้อย และแพ้โหวตในบอร์ด แต่ท่านมีสิทธิ์ออกความเห็นในทางสาธารณะเพราะหากวันหนึ่งมีเด็กเล็กนอกพื้นที่นำร่องที่สูญเสียโอกาสจากการไม่ได้รับวัคซีนพื้นฐาน ทั้งที่งบประมาณมีพร้อม แล้ว เกิด เขาป่วยโรค IPD แล้ว เชื้อเข้าสมองๆพิการ เข้าหู หูหนวกถาวรนอกเหนือจาก อัศวินอนาล็อก จอมทิฐิแล้ว
บอร์ดทั้ง 30 คน — ไม่ว่าจะเป็นหมอหรือไม่ใช่หมอ — ย่อมต้องร่วมกันรับผิดชอบทางศีลธรรม หรือ ถ้าพูดให้หนักขึ้น คือ ในทาง บาปบุญคุณโทษ และ เวรกรรมที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความเห็นอย่างไรคำชมจากอัศวินอนาล็อกไม่กี่คน ที่ Influence เหนือบอร์ด สปสช.อาจทำให้ท่านดูเป็นผู้ “คุมงบเก่ง”แต่เสียงสะท้อนจากผู้ปกครองเด็กเล็กเกือบ 4 แสนคนในปีนี้จะถามกลับว่า
มันคุ้มไหม?ระบบสุขภาพที่ดีไม่ได้วัดจากการกันงบได้เท่าไรแต่วัดจากว่าเราเลือกยืนข้างใครในเรื่องวัคซีน IPD นี้คำตอบชัดเจนว่าเราควรยืนข้างเด็กทุกคนไม่ใช่ข้าง “อัศวินอนาล็อก” ที่มีทิฐิ อยากเอาชนะใน Issue นี้อย่างถึงที่สุด(เรารู้ว่า เขา เป็นใคร และ คนที่อ่านบทความเรามาก็คงจะรู้เช่นกัน)
แอดมิน ประชาคมแพทย์
19 กพ. 2569"


