รมว.คมนาคมมาเลเซียเผยรถไฟฟ้าด่วนพิเศษ RTS Link เชื่อมระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์คาดว่าค่าโดยสารอยู่ระหว่าง 5-7 เหรียญสิงคโปร์ต่อเที่ยว (ประมาณ 125-175 บาท) รอเคาะครึ่งปีหลัง ยันแม้ราคาไม่ถูกแต่คุ้มกว่าทางรถยนต์ แจงรัฐบาลสิงคโปร์ไม่ให้เงินอุดหนุน และรัฐบาลมาเลเซียไม่อุดหนุนผู้โดยสารสิงคโปร์
วันนี้ (19 ก.พ. 2569) เว็บไซต์นิวสเตรทไทมส์ของมาเลเซีย รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์ซินชิวเดลี (Sin Chew Daily) ระบุว่า นายแอนโทนี โลค รมว.คมนาคมมาเลเซีย กล่าวถึงค่าโดยสารโครงการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนด่วนพิเศษ RTS Link (Rapid Transit System) ระหว่างเมืองยะโฮร์บาห์รู รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย กับด่านวู้ดแลนด์ ประเทศสิงคโปร์ คาดว่าจะมีการประกาศอัตราค่าโดยสารใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจมีราคาประมาณ 5 ถึง 7 ดอลลาร์สิงคโปร์ (125-175 บาท) ต่อเที่ยว
ทั้งนี้ แม้ค่าโดยสารจะไม่ถูกเท่ากับระบบขนส่งสาธารณะในกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ก็ยังคุ้มค่ากว่าการเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศสิงคโปร์ด้วยรถยนต์ ค่าโดยสารถูกกำหนดร่วมกันโดยบริษัท อาร์ทีเอส โอเปอเรชันส์ (RTS Operations) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท พราซารานา มาเลเซีย เบอร์ฮัด (Prasarana Malaysia Bhd) กับบริษัท เอสเอ็มอาร์ที คอร์ปอเรชัน (SMRT Corporation) ของสิงคโปร์ โดยยึดหลักทางการค้าเป็นสำคัญ รัฐบาลสิงคโปร์จะไม่ให้เงินอุดหนุน ดังนั้นรูปแบบการดำเนินงานต้องรับประกันว่าจะมีการพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับบัตรโดยสารรายเดือนและส่วนลดนั้น เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียจะไม่ให้เงินอุดหนุนแก่ผู้โดยสารชาวสิงคโปร์ ทำให้การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปได้ยาก
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนทางรางระหว่างยะโฮร์บาห์รูและสิงคโปร์ปี 2026 ซึ่งคาดว่าการเปิดให้บริการของระบบรถไฟด่วนพิเศษจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศได้
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า โครงการอาร์ทีเอส ลิงก์ เป็นรถไฟฟ้าด่วนพิเศษเชื่อมระหว่างย่านบูกิตชาการ์ (Bukit Chagar) เมืองยะโฮร์บาห์รู รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ข้ามทะเลไปยังย่านวู้ดแลนด์นอร์ท (Woodlands North) ประเทศสิงคโปร์ ระยะทาง 4 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ แบ่งเบาการจราจรระหว่างยะโฮร์บาห์รู กับด่านวู้ดแลนด์ของสิงคโปร์ โดยใช้รถไฟฟ้าแบบไร้คนขับ 8 ขบวน ขบวนละ 4 คัน
ภายในห้องโดยสารมีเก้าอี้ปกติ 126 ที่นั่ง และเก้าอี้แบบพับได้ 16 ที่นั่ง รองรับรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นเด็ก หรือกระเป๋าเดินทาง และรองรับกรณีมีผู้โดยสารหนาแน่น แต่ละขบวนรองรับผู้โดยสารสูงสุด 600 คนต่อขบวน เดินรถด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 5 นาที พร้อมกันนี้ยังก่อสร้างด่านตรวจคนเข้าเมืองและกักกันโรคระหว่างประเทศ (ICQS) บูกิต ชาการ์ มีช่องตรวจคนเข้าเมืองอิเล็กทรอนิกส์ (e-gate) จำนวน 100 ช่อง ตามแผนงานจะเปิดให้บริการวันที่ 1 ม.ค. 2570
อนึ่ง ในปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียและสิงคโปร์กำลังร่วมกันพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (JS-SEZ) กระทรวงเศรษฐกิจของมาเลเซียระบุว่า โครงการนี้จะเป็นเสาหลักของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี ปัจจุบันกำลังเตรียมการจากขั้นวางแผนสู่การดำเนินงานตามแผนการ โดยตั้งเป้าหมายจะดำเนินงานอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2569
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมมาเลเซีย กำลังผลักดันโครงสร้างพื้นฐานระบบราง โดยเฉพาะรถไฟ ETS จากสถานี KL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปยังสถานี JB Sentral ให้บริการวันละ 4 ขบวน และขยายการเดินรถไฟ ETS จากสถานีปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ชายแดนไทย-มาเลเซีย ไปยังสถานี JB Sentral ไปแล้ว ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง 30 นาที
อนึ่ง หลังจากการเปิดให้บริการรถไฟ RTS Link การรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) จะค่อยๆ ยุติการให้บริการรถไฟ Shuttle Tebrau ระหว่างสถานี JB Sentral กับสถานี Woodlands เพื่อให้ใช้บริการรถไฟสายใหม่แทน


