xs
xsm
sm
md
lg

"หมอยง" ชี้ ความลับไม่มีในโลก อยู่ที่ "กฎเกณฑ์" เผยเบื้องหลังงานวิจัยระดับโลก ยังคุมเข้มข้อมูลอาสาสมัคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไขข้อสงสัยเรื่อง "ความลับ" ในวงการแพทย์และงานวิจัย ระบุแท้จริงแล้วความลับขึ้นอยู่กับกฎระเบียบและการปฏิบัติ ย้ำการเปิดเผยข้อมูลคนไข้ถือเป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรงถึงขั้นยึดใบประกอบวิชาชีพ พร้อมกางหลักการ GCP ดูแลความปลอดภัยอาสาสมัคร หากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องเข้าถึงตัวได้ตามขั้นตอนกฎหมาย

วันนี้ (17 ก.พ.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมเรื่อง "ความลับ" โดยให้ทัศนะว่า ในความเป็นจริงแล้วไม่มีความลับใดในโลกที่ไม่มีใครรู้เห็นเลย แต่ความลับนั้นดำรงอยู่ได้ด้วย "กฎเกณฑ์" และ "จริยธรรม" ในการปฏิบัติงาน ยกตัวอย่างเช่น การตรวจรักษาของหมอสูตินรีเวช แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนไข้ แต่ตัวหมอและพยาบาลย่อมต้องรับรู้ข้อมูลนั้น หากมีการนำไปเปิดเผยจะถือว่าละเมิดกฎเกณฑ์อย่างร้ายแรง มีโทษทั้งทางจริยธรรมและกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้

ในส่วนของการทำงานวิจัยระดับมาตรฐานสากล ข้อมูลของอาสาสมัครจะถูกจัดเก็บภายใต้ระบบรหัส (Coding) เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง โดยผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการจะเห็นเพียงรหัสตัวเลขเท่านั้น ไม่สามารถทราบได้ว่าตัวอย่างที่ตรวจเป็นของใคร ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงตัวบุคคลจะถูกจัดเก็บในสถานที่ที่ปลอดภัย มีมาตรการการเข้าถึงที่เข้มงวดด้วยรหัสผ่าน และแม้แต่คณะผู้วิจัยเองก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้โดยพละการ เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิและความเป็นส่วนตัวของอาสาสมัครจะได้รับการคุ้มครองสูงสุด

อย่างไรก็ตาม นพ.ยง ระบุว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้มีช่องทางรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด หากอาสาสมัครได้รับอันตรายจากการวิจัยหรือมีผลตรวจที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง คณะผู้วิจัยจำเป็นต้องเข้าถึงตัวตนของอาสาสมัครเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือ โดยกระบวนการ "ปลดล็อคข้อมูล" นี้ต้องทำอย่างเป็นระบบ ผ่านการขออนุญาตต่อคณะกรรมการจริยธรรม หรือดำเนินการตามอำนาจศาลและผู้มีอำนาจตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้แต่ต้น เพื่อความปลอดภัยของตัวอาสาสมัครเอง

ทั้งนี้ การดำเนินงานวิจัยที่ได้มาตรฐานจะต้องยึดหลัก GCP (Good Clinical Practice) หรือแนวทางปฏิบัติการทางคลินิกที่ดี ซึ่งกำหนดให้มีการบันทึกหลักฐานทุกขั้นตอนใน Log Book และมีการรักษาความลับในระดับต่างๆ อย่างเคร่งครัด นักวิจัยทุกคนจึงจำเป็นต้องผ่านการทดสอบและทำความเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านี้ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลความลับทุกระดับเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์และโปร่งใสที่สุด