xs
xsm
sm
md
lg

เลิกฟังคนพูดเก่ง มาฟังคนทำจริง! บก.สำนักพิมพ์ดังยก ‘ดร.เอกนิติ’ ต้นแบบข้าราชการที่ทำให้ไทยเห็นแสงสว่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บก.ม้อค เจ้าของสำนักพิมพ์ 7D Book ออกมาโพสต์สะท้อนมุมมองต่อวิกฤตเศรษฐกิจไทยผ่านตัวตนของ ‘ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ข้าราชการยุคใหม่ที่อาจารย์วีระ ธีรภัทร ให้การยอมรับ ชี้ไทยยังมีทางรอดหากรัฐหยุดเก็บภาษียุคตะเกียงแล้วก้าวให้ทันโลก AI พร้อมชวนย้อนอ่านบทเรียนราคาแพงจากวิกฤต ‘โดมิโน’ ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำหากคนไทยยังประมาท

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ครูพี่ม้อค สร้างนักเขียน อาชีพไหนก็เป็นนักเขียนได้" ของ บก.ม้อค เจ้าของสำนักพิมพ์ 7D Book ได้ออกมาโพสต์ข้อความสะท้อนว่า ท่ามกลางวิกฤตที่ดูน่ากลัว การที่มีคนเก่งที่รู้จริงและซื่อสัตย์ต่อข้อมูลอยู่ในระบบราชการ ทำให้ประเทศไทยยังคงมี "ความหวัง" สิ่งสำคัญคือประชาชนและรัฐต้องไม่หลอกตัวเอง และเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงก่อนที่โดมิโนแผ่นต่อไปจะเป็นตัวเราเอง ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า

"ผมรู้จัก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพราะอาจารย์วีระ ธีรภัทร ครับ
ถ้าย้อนความหลังนะ… ผมนี่ก็เป็น บก.หนังสือ “รวยด้วยหุ้น” ของอาจารย์วีระ ฉบับพิมพ์กับดอกหญ้า ตั้งแต่ปีมะโว้เลย 555
ตอนนั้นอาจารย์วีระคือคนที่ทำให้ “เรื่องหุ้น” ที่ดูไกลตัว กลายเป็นเรื่องที่คนธรรมดาอ่านแล้วเข้าใจได้จริง
แล้ววันนี้… อาจารย์วีระกลายเป็นกูรูด้านเศรษฐกิจที่สังคมก้มหัวให้
รวมทั้งผมด้วยครับ
เพราะเวลาพูดเรื่องเศรษฐกิจ แกไม่พูดแบบนักวิชาการบนหอคอยงาช้าง แกพูดเหมือนคนเห็นชีวิตคนจริงๆ เห็นคนจน เห็นคนเป็นหนี้ เห็นคนตัวเล็ก
แล้ววันหนึ่ง… ผมไปเจอคลิปที่อาจารย์วีระนั่งคุยในรายการ “ฟังหูไว้หู”
แขกรับเชิญคือ ดร.เอกนิติ
ผมดูแค่ไม่กี่นาที… ผมรู้สึกเลยว่า
“เออ…เจอของแท้แล้วว่ะ”
ไม่ใช่แท้แบบพูดเก่งนะ แต่แท้แบบ “ผ่านสนามจริง”
ดร.เอกนิติไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ที่พูดคำหล่อๆ แต่เป็นคนที่อยู่ในระบบการเงินจริง อยู่ในกระทรวงจริง อยู่ในเกมโลกจริง
อาจารย์วีระพูดถึงเขาแบบชัดมาก ว่าเป็นคนที่อธิบายเรื่องเศรษฐกิจ การคลัง ภาษี ให้คนทั่วไปเข้าใจได้
ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ “สื่อสารเป็น”
และนี่แหละครับ… ของหายากในประเทศนี้
คนที่รู้จริง มีตำแหน่งจริง แต่ยังพูดกับประชาชนด้วยภาษาคน
ดร.เอกนิติถูกยกเป็นตัวอย่างของ “ข้าราชการยุคใหม่” ที่ไม่ใช่แค่ทำงานตามระบบ แต่เข้าใจว่าระบบต้องเปลี่ยน
อาจารย์วีระยังพูดถึงแนวคิดที่ผมฟังแล้วสะดุ้ง
Digital Tax การเก็บภาษีในยุคดิจิทัล การใช้ Data Analytics ทำให้ระบบภาษีมีประสิทธิภาพ
ฟังดูเหมือนเรื่องเทคนิคใช่ไหมครับ
แต่จริงๆ มันคือเรื่องเดียว
ประเทศจะรอดหรือไม่รอด
เพราะถ้ารัฐยังเก็บภาษีแบบยุคตะเกียง แต่โลกไปถึง AI แล้ว ประเทศก็เหมือนคนวิ่งไล่รถไฟด้วยเท้าเปล่า
นั่นทำให้ผมต้องเริ่มไปค้นประวัติของดร.เอกนิติ
เออ…ไม่ธรรมดาจริง
ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปริญญาโท Economics ที่ University of Illinois ปริญญาเอก Economics ที่ Claremont Graduate University
ทุน ก.พ.ทั้งเส้นทาง
แปลว่าอะไร
แปลว่าเขาคือคนที่ “ระบบเลือก” เพราะความสามารถจริง
และเส้นทางงานของเขาก็หนักแน่นมาก
เคยเป็น Senior Advisor ที่ World Bank ที่วอชิงตัน เคยเป็นอัครราชทูตฝ่ายเศรษฐกิจการคลังที่ยุโรป
กลับมาไทยก็ผ่านตำแหน่งใหญ่ๆ ในกระทรวงการคลัง
พูดง่ายๆ คือ… คนนี้ไม่ได้เป็นนักวิชาการที่นั่งเขียนบทความเฉยๆ
เขาอยู่ในสนามจริง สนามที่เงินโลกไหลชนกัน สนามที่ถ้าพลาด ประเทศเจ็บ
แล้วสิ่งที่ทำให้ผมสนใจที่สุดคือ…
หนังสือที่เขาเขียน
ชื่อมันแรงมากครับ
“โดมิโนเอฟเฟคต์: ทางรอดเศรษฐกิจไทยบนเส้นด้ายวิกฤติโลก”
เล่มนี้พิมพ์โดย “กรุงเทพธุรกิจบิชบุ๊ค”
ISBN คือ 978-611-7008-07-8
ผมจะแนะให้คุณไปซื้อในช้อปปี้นะครับ
แต่มันขึ้นว่าสินค้าหมด…น่าเสียดายมาก
แค่ชื่อก็เหมือนคำเตือน
เศรษฐกิจโลกมันไม่ได้ล้มทีละประเทศ มันล้มเป็นโดมิโน
ประเทศหนึ่งล้ม อีกประเทศล้มตาม ธุรกิจล้มตาม คนธรรมดาล้มตาม
และไทย…คือโดมิโนแผ่นหนึ่งที่ล้มง่ายกว่าที่คิด
#หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 2 ภาคใหญ่
#ภาคแรกคือ “กลับมามองวิกฤติเศรษฐกิจ”
เขาพูดถึงต้มยำกุ้ง บทเรียนที่ไม่ควรลืม
ปี 2540 ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะครับ มันคือต้นแบบของการล้มแบบโดมิโน
เงินทุนไหลเข้า ฟองสบู่โต ค่าเงินบาทพัง ธุรกิจล้มเป็นแถว สุดท้ายต้องพึ่ง IMF
บทเรียนคือ…
ประเทศไม่ได้เจ๊งเพราะจน แต่เจ๊งเพราะหลงว่าตัวเองรวย
แล้วมีบทหนึ่งที่ผมชอบมาก
“เดจาวู การเก็งกำไรและปกป้องเงินบาท”
เดจาวูคืออะไร คือความรู้สึกว่า “เหมือนเคยเกิดขึ้นแล้ว”
ผู้เขียนบอกว่า… คนไทยจำความเจ็บไม่ได้
ทุกครั้งที่เงินไหลเข้า เราคิดว่ารอบนี้ไม่เหมือนเดิม แต่สุดท้าย…เหมือนเดิมทุกที
นี่แหละครับ ความประมาทคือศัตรูของประเทศ
#ภาคสองของหนังสือคือ “เส้นทางเศรษฐกิจแห่งโลกอนาคต”
เขาบอกว่าโลกหลังวิกฤตไม่เหมือนเดิม
สงครามวันนี้ไม่ใช่สงครามปืน แต่สงครามค่าเงิน สงครามดอกเบี้ย สงครามการค้า
ประเทศไทยอยู่ในสนามนี้เต็มตัว หนีไม่พ้น
#และบทหนึ่งที่น่าสนใจคือ “The Gang of 5”
โลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยทุกประเทศ แต่ขับเคลื่อนด้วยไม่กี่กลุ่ม และไทยต้องอ่านเกมให้ออก
ทั้งหมดนี้ทำให้ผมคิดอย่างหนึ่งครับ
ประเทศนี้ยังมีคนเก่ง ยังมีคนที่รู้จริง ยังมีคนที่พูดกับประชาชนด้วยภาษาคน
และเมื่ออาจารย์วีระ ซึ่งเป็นคนที่สังคมเชื่อถือ ออกมาพูดถึงดร.เอกนิติด้วยความเคารพ+รัก (เอกนิติ อายุ 54 ครับ)
ผมก็รู้สึกว่า…
เออ…เรายังมีความหวัง
ความหวังไม่ได้แปลว่าโลกจะดีขึ้นเอง
แต่ความหวังคือการรู้ว่า
ยังมีคนที่เข้าใจเกมโลก และยังอยากให้ประเทศนี้รอด
ผมไม่ได้บอกว่าคนคนเดียวจะเปลี่ยนประเทศได้
แต่การมี “ของแท้” อยู่ในระบบ มันทำให้เราไม่สิ้นหวังจนเกินไป
และผมเชื่อว่า… คนไทยจำนวนมากไม่ได้ต้องการนักการเมืองพูดเก่ง
เขาต้องการคนทำงานจริง คนที่รู้จริง คนที่ไม่หลอกตัวเองว่าโดมิโนจะไม่ล้ม
เพราะถ้าเราไม่ยืนให้มั่น โดมิโนแผ่นต่อไป…
อาจเป็นชีวิตของเราเอง
แล้วคุณล่ะครับ…
คุณยังเชื่อไหมว่า ประเทศนี้ยังมีความหวัง"