ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งตั้งคำถามแรงต่อวาทกรรม “มางานศพแล้วได้คะแนน” หลังเลือกตั้งท้องถิ่นอำเภอแกลง จ.ระยอง ชี้ผู้ชนะไม่ใช่คนพื้นที่ แต่ได้แรงหนุนจากเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น บ้านใหญ่ และหัวคะแนนครอบคลุมทุกหมู่บ้าน
จากกรณีผลการเลือกตั้งในพื้นที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เอื้อการย์ อารามรักษ์ ได้โพสต์ข้อความยาว วิเคราะห์เบื้องหลังชัยชนะของผู้สมัครรายหนึ่ง พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อคำกล่าวที่ว่า “ไปงานศพบ่อยแล้วจะชนะเลือกตั้ง” ว่าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่
ผู้โพสต์ระบุว่า นพ.บัญญัติ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้สมัครที่ลงพื้นที่สม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่ง ทั้งงานศพ งานบุญ งานบวช และกิจกรรมเทศกาลต่าง ๆ แทบไม่เคยขาด และเป็นบุคคลที่ชาวบ้านคุ้นหน้าอย่างมาก ขณะที่ผู้สมัครอีกฝ่ายคือ กล้า พศิน ถูกมองว่าเป็นคนนอกพื้นที่ ลงสมัครครั้งแรก แทบไม่ปรากฏตัวหาเสียง และมีกิจกรรมในพื้นที่ค่อนข้างน้อย
อย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผลเลือกตั้งดังกล่าว ไม่ได้อยู่ที่การทำพื้นที่ของผู้สมัคร หากแต่อยู่ที่ “พาวเวอร์” ทางการเมือง โดยเฉพาะการสนับสนุนจาก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และเครือข่ายตระกูลการเมืองใหญ่ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หัวคะแนน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. ไปจนถึงกลไกการเมืองระดับท้องถิ่น
ผู้โพสต์เล่าว่า ในช่วงหาเสียง เขาพบผู้สมัครหลายพรรคลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวหน้า (พรรคม่วง) ขณะที่พรรคฝ่ายตรงข้ามแทบไม่เห็นตัวผู้สมัคร มีเพียงการแจกใบปลิวเท่านั้น แต่ผลคะแนนกลับสวนทางกับบรรยากาศที่พบเห็น
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงบรรยากาศช่วงนับคะแนนว่า ผู้ที่มาร่วมสังเกตการณ์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบุคคลในเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และฝ่ายบ้านใหญ่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งรอบนี้ในแกลงมีลักษณะ “หลีกทางให้กัน” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีผู้สมัครบางพรรคที่ไม่มีป้ายหาเสียงเป็นหน้าตัวเอง
ผู้โพสต์ยังอ้างถึงเหตุการณ์ที่ตนพบเห็นระหว่างการหาเสียง ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการใช้เงินหรือผลประโยชน์ในการเลือกตั้ง แม้จะยอมรับว่าไม่มีหลักฐานภาพถ่าย เนื่องจากเหตุสุดวิสัย แต่ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่พบกับตาตนเอง
ท้ายที่สุด ผู้โพสต์สรุปว่า หากฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงจะชนะการเลือกตั้งในอนาคต จำเป็นต้องฝ่ากำแพงใหญ่ 2 ประการ คือ1.พลังเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นและหัวคะแนนที่มีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติ 2.“พลังกระสุน” ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเงิน การเลี้ยงดู และผลประโยชน์
พร้อมทิ้งท้ายด้วยการวิพากษ์วัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนบางส่วนยอมรับความไม่โปร่งใส ด้วยเหตุผลว่า “เลือกใครมาก็เหมือนเดิม” ซึ่งผู้โพสต์มองว่าเป็นตรรกะที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตและอนาคตของชุมชนอย่างรุนแรง


