สมภพ พอดี นักวิเคราะห์ชื่อดัง ร่ายยาวสับเละผลเลือกตั้งกรุงเทพฯ หลังพรรคประชาชนกวาด 33 ที่นั่ง ตราหน้าฐานเสียงรุ่นใหม่ 'โง่-จน-หลอกง่าย' ชี้พรรคส้มชนะขาดเพราะใช้ 'ความเท็จ' ปั่นหัววาทกรรมหลอกเด็ก พร้อมจี้รัฐเลิกเกรงใจอ้างเสรีภาพวิชาการ สั่งไล่ออกอาจารย์มหาวิทยาลัยและดำเนินคดีสื่อ-NGO ต้นตอเฟกนิวส์ ลั่นถ้าทำจริงจังจบได้ใน 2 ปี
วันนี้ (10 ก.พ.) นายสมภพ พอดี นักวิเคราะห์ที่มีบทบาทโดดเด่นในการให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกรุงเทพฯ เจ้าตัวเชื่อว่าหากรัฐไม่ทำอะไร เมื่อคนกลุ่มนี้หรือด้อมส้มเติบโตขึ้นและเจอความจริงของชีวิตก็จะ "หายโง่" ไปเองตามกาลเวลา เหมือนฐานเสียงพรรคการเมืองในอดีต แต่หากต้องการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดต้องใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการต้นตอของการให้ข้อมูล ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
"วิเคราะห์ควาย เอ๊ย ผลการเลือกตั้งกรุงเทพฯ จริงจัง
หมายเหตุ - กรุณาทำหน้าจริงจังก่อนอ่านด้วยผลการเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไอ้พวกนั้นชนะขาดลอย ได้ 33 ที่นั่ง เพิ่ม 1 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว โดยคะแนนเสียงเป็นดังต่อไปนี้ไอ้พวกนั้น 1.3 ล้านคะแนน พี่หนู 0.5 ล้านคะแนน น้ามาร์ค 0.23 ล้านคะแนน ไอ้หน้าเหลี่ยม 0.22 ล้านคะแนน
คนที่รังเกียจไอ้พวกนั้นไม่ว่าจะรวมกันฮั้วกันเลือกยังไงก็แพ้ทุกเขตยกเว้นเขต 4 เขตเดียว ดังนั้นไม่ต้องโทษกัน ไม่ต้องตีกัน
คราวนี้ ถ้าไม่อยากให้ไอ้พวกเวรนั่นชนะขาดลอยอีกครั้งหน้า จะต้องทำยังไง ยากน้อยแค่ไหน คำตอบหลังคือ ง่ายนิดเดียว แต่ต้องทำจริงจัง เริ่มทำวันนี้เลย ก่อนลงมือทำต้องเข้าใจก่อนว่า ไอ้ 1.3 ล้านคะแนนมันมายังไง
เอาล่ะนะ กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของประเทศ มีคนอายุน้อยคือระหว่าง 18 ถึง 30 ปีในทะเบียนบ้านมากถึง 1 ล้านคนนิดๆ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง มีอุดมคติมีอุดมการณ์สูง มีประสบการณ์ชีวิตตํ่าหรือไม่มีเลย มีความรู้น้อยหรือไม่มีแต่มั่นใจว่าตัวเองรู้มากรู้ทุกอย่าง มองโลกในแง่ดีสูง ใจร้อนไม่มีความอดทน มีกำลังทางเศรษฐกิจตํ่า เพราะยังต้องพึ่งพาครอบครัวหรือเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน จึงถูกล่อลวง ครอบงำ ชักจูง ได้ง่ายกว่าคนที่อายุมากกว่า เพราะไม่อ่านหนังสือ ไม่ใฝ่รู้ เสพติดโซเชียลมีเดีย แต่ใช้กูเกิลไม่เป็น แถมยังมีพฤติกรรมชอบทำตามๆ กันโดยไม่คิดว่าดีหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้ได้รับการยอมรับด้วย สั้นๆ คือ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เงี่ยนแต่โง่และยังจน
ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของไอ้พวกนั้นที่จะเอามาเป็นฐานเสียงให้ได้ เพราะโง่ หลอกง่ายกว่าไอ้พวกแก่ๆ ที่จนและโง่ แต่ทะลึ่งรู้ทันไอ้พวกจะล้มเจ้าที่จะชิงอำนาจและปล้นเจ้า และพวกมันก็ทำได้สำเร็จโดยไม่ยากอะไรเมื่อดูจากผลการเลือกตั้งสองครั้งที่แล้วปี 2562 และ 2566 ด้วยการปั่นควายแบบโง่ๆ ง่ายๆ
ปี 2562 ไอ้พวกนั้นโหมกระหน่ำใช้เรื่องการรัฐประหาร 2557 เรื่องความเหลื่อมล้ำปั่นควาย ทั้งที่เรื่องแรกมีที่มาที่ไป เรื่องหลังเป็นความเท็จ ควายก็เชื่อ
ปี 2566 ใช้เรื่องทหารจะสืบทอดอำนาจ เรื่องประเทศพังแล้วปั่นควาย ทั้งที่ทั้งสองเรื่องเป็นเท็จ ควายก็ยังเชื่อ
หนนี้ ปี 2569 ใช้เรื่องคนรุ่นก่อนไม่ทำอะไร ประเทศล้าหลัง ปั่นไอ้พวกเงี่ยนแต่โง่ ทั้งสองเรื่องเป็นความเท็จเช่นกัน พวกแมร่งก็ยังหลับหูหลับตาเชื่ออีก
ทั้งสามย่อหน้าที่แล้ว สามการเลือกตั้งที่ผ่านมา สาระสำคัญหรือคีย์เวิร์ดคือ ปั่นควายและความเท็จ
ถ้าจะยุติปรากฏการณ์เงี่ยนแล้วโง่อย่างที่เคยเกิดขึ้นทั่วประเทศเมื่อปี 2566 เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำได้ง่ายนิดเดียวคือต้องยุติการปั่นควายให้ได้ คือ
ต้องไม่ให้มหาวิทยาลัย จานข้าวหมาชั่วๆ หรือใครก็ตาม สร้างวาทกรรมโง่ๆ จากความเท็จที่บั่นทอนบ่อนทำลายตรรกะเหตุผล และการคิดวิเคราะห์ของไอ้พวกเงี่ยนและโง่ เช่น คนเท่ากัน หรือเขตแดนเป็นเรื่องสมมติ หรือชาติคือประชาชน หรือคนรวย 1% ครอบครองทรัพย์สิน 90% ของประเทศ หรือการจ่ายค่าประกันสังคมคือการทำบุญ หรือสวัสดิการรัฐคือสิทธิโดยไม่ต้องทำหน้าที่เสียภาษีเงินได้ หรือรักชาติคือคลั่งชาติ หรือการไม่เคยเป็นอาณานิคมทำให้คนไทยเสียโอกาสเก่งภาษาต่างประเทศ หรือสถาบันพระมหากษัตริย์และคนรุ่นก่อนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และอื่นๆ อย่างเด็ดขาด กระทรวงมหาวิทยาลัยชื่อยาวๆ จับได้ต้องไล่ออกทันที จะอ้างเสรีภาพทางวิชาการไม่ได้ เพราะวิชาการต้องเป็นความจริงเท่านั้น ไม่ใช่การโกหกหรือความเท็จ หรือความคิดเห็นโง่ๆ ถ้าคนทำผิดเป็นประชาชนก็ใช้ พ.ร.บ.ข่าวสารข้อมูลคอมพิวเตอร์ดำเนินคดีอาญาลากคอเข้าตะรางให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ต้องไม่ให้สื่อทั้งจริงและปลอมรวมถึงไอ้พวกอินฟลูฯ ชั่วๆ สารพัดเอาวาทกรรมโง่ๆ เฟกนิวส์ และความเท็จอย่างในย่อหน้าที่แล้วไปปั่นควายต่อ ไปตีฟู โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะไอ้พวกที่เสแสร้งว่าอ่านข่าวแต่ยัดเยียดความเห็นโง่ๆ ผิดๆ ของตัวเองให้คนฟังคนดู และไอ้พวกอวยกันเอง ถ้าทะลึ่งทำ เตือนแล้วก็ยังไม่เชื่อ กสทช.ใช้กฎหมายสื่อฯ ยึดใบอนุญาต ถ้า กสทช.ไม่ทำหน้าที่ก็ใช้ 157 ดำเนินคดีต่อ กสทช.เลย
ต้องบังคับใช้กฎหมายเอ็นจีโออย่างเด็ดขาด ไม่ว่าพวกแมร่งจะรับเงินจากต่างชาติรึไม่ก็ตาม เพราะไอ้พวกนี้ไม่มีสิทธิยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทยตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนเอาไว้ ถ้าฝ่าฝืน เตือนแล้วยังทะลึ่งทำผิดอีกก็ปิดทิ้งเลย ไอ้พวกเหี้ยนี้ชอบยุยงปลุกระดมค้านโน่นต้านนี่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม จนกระทั่งการดำเนินคดีผู้ทำผิดกฎหมายอาญา อย่างเช่นมาตรา 112
ทั้งสามข้อ มีกฎหมายอยู่แล้ว สามารถทำได้เลย เป็นกฎหมายเบสิกๆ ที่ประเทศฝรั่งที่ไอ้พวกเงี่ยนแต่โง่เทิดทูน บูชา สักการะ ยิ่งกว่าบรรพบุรุษมันก็มีเช่นกัน ถ้าเริ่มทำเลย ถ้าทำจริงจัง ไม่เกินสองปีก็จบ จบในรุ่นมันนี่แหละ แต่ถึงไม่ทำอะไรเมื่อไอ้พวกเงี่ยนแต่โง่อายุมากขึ้น แก่ตัวขึ้น ต้องพบเจอและรู้จักความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น ก็บรรเทาทั้งความเงี่ยนและความโง่ไปเอง อย่างที่เคยเกิดมาแล้วในอดีตที่ฐานเสียงของประชาธิปัตย์ ของประชากรไทย ของลุงจำลอง ของไอ้หน้าเหลี่ยม หายเงี่ยนและหายโง่มาแล้ว
ส่วนไอ้พวกที่จะไม่หาย ไม่ได้แก่แล้วโง่และจนก็คงมีบ้าง แต่ไม่มาก เราก็ต้องปล่อยให้มันโง่จนแก่ไปละกัน
เพราะยังไงๆ สังคมไทยยังต้องใช้แรงงานชั้นตํ่าค่าตัวถูกๆ ต่อไป จบความจริงจังตรงนี้ ทำหน้าปกติได้แระ"


