ปฏิพล อภิญญาณกุล หรือ 'ลุงมะเขือ' ร่ายยาวบทวิเคราะห์การเมืองหลังเลือกตั้ง สับเละพรรคส้มพ่ายแพ้เพราะความ 'อ่อนหัด' และ 'ไร้เดียงสา' เปรียบเป็นเด็กฝึกงานที่มองเกมไม่ทะลุ ชี้จุดพลาดมหันต์คือการโยนเผือกร้อนให้อนุทินคุมรัฐบาลเพียงลำพังจนกลายเป็นการส่งศาสตราอาวุธให้คู่แข่งกลับมาทำลายตัวเอง ทิ้งท้ายสุดเจ็บ 'เด็กแก่แดดไม่มีทางชนะแดด'!"
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนและนักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นชี้ว่าความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของพรรคส้ม เกิดจากการประเมินสถานการณ์ที่ขาดประสบการณ์ ทำงานแบบ "เด็กฝึกงาน" ที่เน้นแค่การด่าและการปั่นกระแส แต่บริหารจัดการอุปสรรคจริงไม่เป็น และปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรีในวันนั้น ทำให้คุณอนุทินได้สร้าง "อาวุธใหม่" (ทีมคนนอก + ผลงานรูปธรรม) มาทำลายกระแสพรรคส้มได้สำเร็จ นายปฏิพล เปรียบพรรคส้มว่าเป็น "เด็กแก่แดดและไร้เดียงสา" ที่ไม่สามารถไว้วางใจให้ดูแลประเทศได้ พร้อมทิ้งท้ายด้วยสำนวนดัดแปลงว่า "ไม่ว่าหนูสีไหน ขอแค่จับส้มได้ก็พอ" ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ความพลาดพลั้งอย่างมหันต์ของพรรคส้ม คือการปล่อยให้อนุทินเป็นนายกฯ ชั่วคราว 4 เดือนเพียงลำพัง (เมื่อเดือนกันยายน 2568)
ตอนนั้นพรรคส้มประเมินว่ากระแสตัวเองกำลังร้อนแรง และปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศยากจะแก้ไข รวมถึงปัญหาชายแดนที่ฮุนเซนกำลังห้าวและเหี้ย
พรรคส้มกลัวเผือกร้อนจะลวกมือ จึงโยนให้อนุทิน
การให้อนุทินเป็นนายกฯ ชั่วคราว โดยพวกตนเองจะยกมือให้เป็นเพื่อสร้างหนี้บุญคุณ และกำกับควบคุมอยู่ในฟากฝ่ายค้าน
หนูอยู่ในกำมือ จะหนีไปไหนได้ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด
นั่นคือการประเมินของเด็กไร้เดียงสา เด็กที่ยังไม่เคยแม้กระทั่งเป็นเด็กฝึกงาน จึงมองการแก้ปัญหาในองค์กรไม่ออก
...
การที่พรรคส้มไม่เข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน ทำให้ตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีมันว่าง เปิดทางให้อนุทินไปเจรจาเอาคุณศุภจี คุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ เข้ามาในโควตาคนนอก
รวมถึงหยิบเอาโครงการคนละครึ่งของลุงตู่ ขึ้นมาปัดฝุ่น ..
○ โครงการคนละครึ่งนี้จะเป็นของใครไม่สำคัญ สำคัญคือตอนนี้ใครใช้ คนนั้นก็ได้คะแนน
นี่แหละคือความจัดเจนของคนทำงาน ที่เด็กฝึกงานมองไม่ทะลุ
ประกอบกับฮุนเซน เห็นช่องว่างทางการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ อนุทินคงไม่มีเสียงหนุน จึงบุกเข้ามาที่ชายแดน
แต่ผิดคาด เพราะอนุทินไม่มีอะไรที่ต้องห่วง ด้วยเสียงที่น้อยอยู่แล้ว และนี่คือจังหวะที่เล่น
เล่นดีก็ได้คะแนน เล่นผิดแต้มก็คงอยู่เท่าเดิม อนุทินเลยพยักหน้าให้ทหารเปิดศึกซะเลย
คราวนี้ .. คะแนนรักชาติเข้ามาเต็ม เปรียบเหมือนสายน้ำที่ไหลจากชายแดนไทย-เขมร ไหลกระจายไปทิศเหนือ ลงสู่ภาคกลาง และซึมไปยังภาคใต้
ทำงานมาได้เพียง 2 เดือนกว่า ผลคือเมื่อคะแนนอนุทินพุ่งต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจึงต้องทำการ "สกัด" ก่อนที่อนุทินจะเติบโตไปกว่านี้ นั่นคือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พรรคภูมิใจไทยเสียงน้อย โดดเดี่ยว แม้นชี้แจงดีแค่ไหนก็พ่ายแพ้ต่อจำนวนมือที่ยกในสภา
อนุทินเลยตัดสินใจว่าจะปล่อยพวกนั้นด่าเล่นทำไม ? ยุบสภาซะเลย
ผลปรากฏจากการเลือกตั้งใหม่ ก็ตามที่เห็นเป็นข่าว คือพรรคภูมิใจไทย "ชนะขาด"
...
ที่เล่ามาทั้งหมด เห็นจังหวะของเด็กอ่อนหัดอย่างพรรคประชาชนไหม ?
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มไม่ยกหางตนเองว่าแน่กว่า ยกว่าตนเองเหนือกว่า จะคุมล่ามโซ่นายกฯ รอบนอก แล้วจะปั่นกระแสไปเรื่อยๆ เพื่อหวังชนะทั้งประเทศในการเลือกตั้งใหญ่ หวังกวาด 250 คะแนนขึ้นไป
เพราะวันนั้นคาดการณ์แบบเด็กอ่อนหัด วันนี้ก็เลยตกถังส้วม
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มเข้าร่วมเป็นรัฐบาล บริหารกระทรวงต่างๆ .. โอกาสที่อนุทินจะเอาคนนอกอย่างคุณศุภจี คุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ ก็คงไม่มี เพราะเก้าอี้รัฐมนตรีเต็ม
(*เก้าอี้ของพรรคประชาชนจะมากกว่าของพรรคภูมิใจไทยด้วยซ้ำ)
เท่ากับกระแสคนนอกของทั้ง 3 คนจะไม่เกิดขึ้น, จนทั้งสามคนกลายเป็นอาวุธใหม่ ที่อนุทินใช้ต่อกรกับพรรคส้ม
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มเข้าร่วมเป็นรัฐบาล ศึกชายแดนไทย-เขมรที่เกิดขึ้น พรรคส้มก็จะได้เครดิตไปด้วย ถ้อยคำด้อยค่าทหารแบบ "ทหารมีไว้ทำไม" ก็จะถูกลืมเลือนหายไป
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มเข้าร่วมรัฐบาล โครงการคนละครึ่งพลัสที่เกิดขึ้น พรรคส้มก็จะได้ส่วนแบ่งของคะแนนนิยมเช่นกัน,
หรือถ้าไม่ต้องการให้คนละครึ่งเกิดขึ้น เพราะมันเป็นสิ่งตกทอดของลุงตู่ ก็สามารถขัดขวางไม่ให้มีได้ .. พรรคภูมิใจไทยก็จะไม่มีหมากให้เล่นเพื่อทำคะแนน
เหตุที่เกิดขึ้นของการพ่ายแพ้ของพรรคส้มในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า แต่เกี่ยวกับประสบการณ์ในการประเมินสถานการณ์ และการบริหารจัดการอุปสรรค
เด็กแก่แดด ไม่มีทางชนะแดด นอกจากการโวยวาย
เด็กไร้เดียงสา มองว่าเสียงด่าเท่านั้นคือเทคนิคการบริหารราชการแผ่นดิน
ถ้าเป็นทั้งเด็กแก่แดดและไร้เดียง ก็เกินกว่าจะไว้วางใจให้ดูแลประเทศ
...
ลุงมะเขือ ขอยืมสำนวนของเติ้งเสี่ยวผิง มาดัดแปลงใช้ว่า
"ไม่ว่าหนูน้ำเงิน หรือหนูเขียว ขอให้จับส้มได้ก็พอ""


