xs
xsm
sm
md
lg

"หนุ่ย พงศ์สุข" เปิดสูตรลับดึง "ส้ม-น้ำเงิน-ฟ้า" รวมร่าง ชี้ทางรอดประเทศปากเหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'หนุ่ย แบไต๋' เจ้าพ่อคอนเทนต์เทคโนโลยีสลัดภาพพิธีกรมาสวมหมวกผู้นำทางความคิด เสนอ 'สูตรจัดตั้งรัฐบาลสุดพิสดาร' ที่รวมเอาพรรคประชาชน, ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ เข้าด้วยกัน ชี้เป็นสูตรลับที่แม้จะดูเป็นไปไม่ได้ในเชิงอุดมการณ์ แต่คือคำตอบของรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงและอยู่ยาวได้ถึง 4 ปี เพื่อพาประเทศไทยที่อยู่ปากเหวให้รอดพ้นวิกฤต!

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. "พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์" หรือ "หนุ่ย แบไต๋" พิธีกรและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีแถวหน้าของเมืองไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความเสนอการจับคู่ที่ดูเป็นไปไม่ได้ในเชิงอุดมการณ์ แต่เชื่อว่าจะสร้าง "เสถียรภาพสูง" โดยไม่ต้องมีเอกภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นการเสนอให้พรรคฝั่ง "อนุรักษนิยมใหม่" จับมือกับ "พรรคคนรุ่นใหม่" เพื่อความสมดุลเชิงอำนาจและประสิทธิภาพในการบริหาร โดยวางเป้าหมายความอยู่รอดของประเทศไว้เหนือความขัดแย้งส่วนตัว ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"เมื่อผลการกาของประชาชนออกมาแล้ว

“ผู้ได้รับการกา” สามารถสร้าง “รัฐบาลสันติภาพ” ได้แบบไม่ต้องมีเอกภาพ แต่มี “เสถียรภาพสูง” อยู่ได้ยาวสุดซอย 4 ปี …ไม่มี "คนสมาธิสั้น" มาทำร้าย (ดังคำที่คุณเนวินเคยวิเคราะห์การเมืองไทยไว้ในอดีต ที่ว่า ‘รัฐบาล รันไป ปีครึ่ง ประท้วงขับไล่กันอีกแล้ว รอครบ 4 กันไม่ไหวรึไง ? สมาธิสั้นกันจัง !’) สิ่งที่ผมจะพิมพ์ลงไป มันจะเป็น “สูตรแปลกๆ หน่อย” ขอแค่ค่อยๆ อ่านครับ
อย่าเพิ่งใจร้อนใส่ผม ผมจะเขียนไม่ยาว และความคิดเห็นนี้ส่วนตัวมาก เริ่มคิดหลังจากเห็นผลการเลือกตั้งแล้ว

“ภูมิใจไทย 194 + ประชาชน 116 + ประชาธิปัตย์ 22 = 332 เสียง (66.4% ของ 500 เสียง)

แข็งแกร่งและอ่อนน้อม แต่ “ไม่แข็งแกร่งเกินไป” แบบรัฐบาลปี 2548 (377 เสียง…75.4%) ที่ครั้งนั้นจบไม่สวย และสร้างบาดแผลทางประวัติศาสตร์

เรื่องนี้ ประหลาด … เป็นไปไม่ได้หรอก สูตรนี้ !! อุดมการณ์เขามี เขาประกาศกันชัดเจนแล้วว่า ไม่จับกันแน่นอน…โดยปกติเรามีเวลาราว 2 เดือนจัดตั้งรัฐบาล (เพราะตามกฎหมาย กกต.มีกรอบเวลาถึง 60 วันในการรับรองผลเลือกตั้ง) ระหว่างนี้ไม่มีใครอยู่เฉยๆ ครับ … นี่นัดหมายโต๊ะอาหารเริ่มว่อนในวงสังคมแล้ว นัดหมายทั้งคนใน คนนอก เพื่อ Draw ความคิดเห็น และ “เป็นเรื่องปกติ” ที่ผู้ชนะ (หรือแม้แต่ไม่ชนะ) ย่อมอยากรับ Input ใหม่ๆ

“ใจคนจึงเปลี่ยนได้ในกรอบเวลานี้“ หากมี Input ดีๆ (ที่เราชอบใช้คำว่า “ผลประโยชน์ลงตัว” นั่นแหละฮะ) จริงๆ มีเพียง 2 ประเด็นนะ ที่ขอให้ Input ไว้ในโพสต์นี้

1. เสถียรภาพ

2. ประสิทธิภาพ

ในอุดมคติ เสถียรภาพ เกิดได้จากการมี เอกภาพ แต่ประชาชนอาจไม่ได้หวัง “เอกภาพ” อะไร (เรื่องของคุณ !) แต่ประชาชนทุกคนคาดหวัง “การแก้ไขปัญหา” และพาประเทศไทยไปข้างหน้า สมคำที่ทุกคนทุกพรรคพูดไว้ จึงต้อง "แบ่งงานกันทำได้ตามความถนัดสูงสุด" …ต้องเลิกพฤติกรรม “แบ่งโควตากระทรวง / แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี” ประเทศเรายืนอยู่ปากเหวแล้ว หน้าที่สำคัญทำมาเป็น “สมบัติผลัดกันชม” ตามนิยามการเมืองเดิมไม่ได้แล้ว ใครเคยอยู่ตรงนั้นแล้วทำไม่ได้ ก็อย่าพาเขากลับมานั่งเก้าอี้ให้ประชาชนยี้อีก สูตรนี้ ต้องไม่มีพรรคที่คนกรุงเทพฯ ยี้

….ผมฟังการวิเคราะห์ทางไทยรัฐทีวี (โดย อ.ศิโรตม์ และป๋าต๋อย) ได้ยินคำน่าสนใจ “การเป็นรัฐบาลที่คนกรุงเทพฯ ไม่เลือกเลย…จะเหนื่อยมาก“ จริงอยู่ …กรุงเทพฯ  ไม่ใช่ประเทศไทย แต่เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า ”คนกรุงเทพฯ เสียงดัง“ ด้วยที่ สำนักสื่อใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ กันทั้งหมด …เสียงตรงนี้ เราจึงดังกว่า (ทั้งๆ ที่เราเป็นคนส่วนน้อย) … มันเป็นแบบนี้มาเสมอ ภูมิใจไทยไม่ได้สักเก้าอี้ในกรุงเทพฯ เลย แต่เป็นผู้ชนะ จึงควรชวน ”ผู้ชนะขาดลอยในกรุงเทพฯ” เข้าร่วมรัฐบาลด้วย ภูมิภาค …ภูมิใจไทยถูกใจผู้คนทุกภาค แต่ “ภาคใต้” ก็คนไทยด้วยกัน ประชาธิปัตย์ ซึ่งได้หลายเสียงชาวใต้ จึงร่วมสูตรนี้ได้ (แถมได้ "ทรง" ที่คนกรุงเทพฯ ก็ชอบ)

ผลตอนนี้ออกมาชัดเจนแล้ว 1…2…3…. พรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ทำงานด้วยการ “แบ่งหน้าที่กันชัดเจน” เป็นมิติใหม่ และคือคำตอบครับสำหรับกาลเวลานี้ ที่ประเทศยืนอยู่ปากเหว 60 วันนี้ มีเวลาเพียงพอสำหรับการ “ง้อขอคืนดี” สี่เดือนที่แล้ว…คุณอนุทินยังจีบเขามาได้เลย เดือนนี้ เหนื่อนอีกที สลับบทบาทก็ได้ ให้คุณศุภจีจีบ แล้วคุณอนุทินไปง้อ (มิติการเจรจา สองท่านนี้มีระดับครับ) ล้างเรื่องที่พูดแล้วไม่ทำครั้งก่อน คือแก้รัฐธรรมนูญ เพราะยังไงมติ “เห็นชอบ”​ จากประชาชนก็ชนะใสๆ เรียบร้อบแล้ว พรรคประชาชนเขาเหนื่อยสู้มา 8 ปี เคยชนะใสๆ แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ผ่านกาลเวลามาขนาดนี้ ผู้กาก็ย่อมอยากเห็นว่าเขาทำได้จริงไหม

มีแนวทางน่าสนใจหลายอย่าง ให้เขาเดินเครื่องสะสางในสิ่งที่ต้องแก้ไขจากมิติคนใหม่ ไม่ใช่มิติคนเดิมๆ ที่รู้อยู่แล้วเลยปล่อยให้ปัญหากัดกิน (เช่น กระทรวงศึกษาฯ ที่มี ‘เจ้าวิชา’ เลยล้าหลัง และกี่ รมต./รมช.ก็ไม่เคยทำอะไรได้) การศึกษา ประชาธิปัตย์เคยทำแล้วหลายครั้ง และทำไม่ได้ แต่โฉมใหม่นี้ ประชาธิปัตย์มี ดร.การดี, มี คุณกรณ์ น่าคลุกเคล้า เพราะกระทรวงสำคัญๆ เช่นนี้ก็มีตำแหน่ง รมช. อีก 2 เก้าอี้ ทำงานกัน 3 พรรค … พรรคภูมิใจไทย ดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้ประเทศไทย … ดูแล "ความภูมิใจไทย" ของคนไทยกลุ่มใหญ่ …. อนุรักษนิยมไว้ ให้สมชื่อพรรค มิติการเงินการคลัง, การพาณิชย์, การต่างประเทศ มี 3 มืออาชีพจากนอกการเมืองมาช่วยแล้ว 4 เดือนที่ผ่านมา … ก็จง ทำแล้ว ! ทำอยู่ ! ทำต่อ ! (สโลแกนคุ้นๆ นะ) ให้หน้าที่ 2 พรรคร่วมทำเรื่องสร้างสรรค์ใหม่ๆ ยังไงก็ถูกใจประชาชนชาวไทยโดยรวม โดยถนอมหัวใจคนกรุงเทพฯ ด้วย

…บรรยากาศดีเมื่อไหร่ คนทำงาน (อย่างเราๆ) ก็ขยันเป็นเครื่องจักรผลิตภาษีส่งให้คุณบริหารใช้จ่ายเพิ่มได้อีก แต่โปรดให้สิทธิ 2 พรรคร่วมฯ ตรวจสอบกันเองด้วย คนในพรรคก็ต้องโหวตสวนได้ หากไม่เห็นด้วย …ไม่ใช่ไปจ้องจับผิดใครเป็นงูเห่า …นั่นมันการเมืองเก่าล้าสมัยแล้ว พรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่แท้จริง ที่ท่านๆ ต้องดีลให้ได้ คือ “พรรคราชการ” หอกข้างแคร่ของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย เขาแกล้งติงต๊องขึ้นมา ประเทศก็ง่อยเปลี้ยเสียขา ….ประเทศถูกดีไซน์ไว้แบบนี้ เราก็ต้องแก้ที่ดีไซน์ โดยอัดฉีดการศึกษาให้เขาพัฒนา และทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์​

เขียนมาถึงตอนท้าย ก็รู้ตัวนะว่า “กำลังฝันกลางวัน” อยู่ … แต่ก็ยังอยากบอกให้รู้อยู่ดี แล้วหากเราอยากเปลี่ยนฝันให้เป็นจริง เราต้องส่งเสียงถึงสูตรนี้กันเยอะๆ มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตามทฤษฎี Popularity พิมพ์ไว้เท่านี้ เกิดมาจนอายุจะ 50 ปี ก็เป็นมาเหมือนหลายๆ คน คือ “หวังดีต่อประเทศนี้” ก็เลยต้องทำในแบบที่ตนเองทำได้ เพราะอยากเห็นลูกหลานไปต่อได้สวยๆ กับแบรนด์ THAILAND Have a good day ครับทุกท่าน

โพสต์นี้ผมว่าจะไม่อ่านคอมเมนต์นะ (กลัว) จะลองทำตามแบบที่คุณชูวิทย์กล่าวไว้ คือ “ผมเขียนเสร็จแล้วก็ไปเลย ….ไม่เคยกลับมาอ่านอีกหรอกครับ~!” (เอิ๊ก~) ประชาธิปไตยน่ะฟังดูดี แต่ demoCRAZY มันก็เครซีสมชื่อ … เนื่องจากแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน ผมจึงไม่เชียร์ให้ด่ากัน "ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้โดยการพูดกันดีๆ"

====Edited ณ เวลา 18.20น.====
… “ผมแอบอ่านคอมเมนต์คุณๆ ครับ” … มันทนไม่ไหวหรอก ! และขอกลืนน้ำลายเดี๋ยวนี้ ! …เดี๋ยวจะตามมากด ❤️ ให้ทุกความคิดเห็นครับ เราได้แสดงความมีอารยะในระบอบนี้แล้ว"


กำลังโหลดความคิดเห็น